พรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (Philippe Coutinho Correia)

วันนี้ ขอเสนอ พรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ความเป็นมาของ ยอดนักเตะดาวดังของทีมลิวเวอร์พูล อย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (Philippe Coutinho Correia)

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (Philippe Coutinho Correia) เกิดวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1992 เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล ปัจจุบันเล่นอยู่ในตำแหน่งกองกลางตัวรุกในสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

คูตินโญ่ อยู่ในศูนย์ อคาเดมี่ ของ วาสโก ดา กาม่า ได้รับการดูแลมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และเขาใช้เวลาในการพัฒนาตัวเองเป็นเวลา 10 ปีในการเล่นฟุตบอลจนได้ขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับทีม วาสโก ดา กาม่า และทีมชาติบราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี

คูตินโญ่ถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่และลงเล่นนัดแรกในปี 2010 ก่อนที่จะถูกเรียกตัวติดชุดลุยศึกโคปาอเมริกา

null

จุดเริ่มต้นของ คูตินโญ่ ในฐานะนักเตะมืออาชีพกับสโมสรอาชีพ

อินเตอร์ มิลานในปี 2008 งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน พยายามดึงตัวคูตินโญ่ มาร่วมงานด้วยค่าตัวเพียง 4 ล้านยูโร แต่ก็ไม่สำเร็จเนื่องจาก วาสโก ดา กาม่า ต้องการตัวของ คูตินโญ่ ไว้ใช้งานและค่าตัวที่ได้น้อยเกินไปสำหรับราคานี้ แต่ในปี 2010 ยุค “เอล ราฟา” ราฟาเอล เบนิเตซ ที่ร่วมมือกับ มัสซิโม โมรัตติ ประธานสโมสร อินเตอร์ มิลานทาบทามตัวคูตินโญ่อย่างจริงจัง พร้อมการันตีกับ คูตินโญ่ ว่าจะมีอนาคตที่สดใสในสโมสรนี้อย่างแน่นอน ทำให้คูตินโญ่ตัดสินใจย้ายมาอยู่ ที่ทีมอินเตอร์ มิลานในที่สุด

เบนิเตซพูดถึงการย้ายมาเล่นของคูตินโญ่ในถิ่นซาน ซิโรของดาวรุ่งชาวบราซิลรายนี้

”  เขาเป็นดาวรุ่งตัวทีเด็ดที่เต็มไปด้วยคุณภาพ เขาสามารถเป็นตัวหลักให้กับทีมได้ในอนาคต หวังว่าเขาจะทำผลงานที่ดีให้กับเรา  “

null

#1 เกมแรกที่ประเดิมให้กับทีมอินเตอร์มิลาน

คือเกม ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ช่วงปลายเดือน สิงหาคม 2010 ด้วยการนั่งเป็นตัวสำรองในการเจอกับ แอตเลติโก มาดริด และมีส่วนร่วมกับศึกแชมป์ชนแชมป์นี้ใน 10 นาทีสุดท้าย ต่อมาเส้นทางในทีม อินเตอร์ มิลาน ดูเหมือนจะไม่ได้สวยงามเท่าไหร่ เนื่องจากตำแหน่งไปทับกับนักเตะระดับบิ๊กเนมอย่าง เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ จอมทัพ ชาวกังหันสีส้มชาวฮอลแลนด์ ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังปี 2012 คูตินโญ่จึงต้องย้ายมาอยู่ สเปน กับ เอสปันญ่อล ด้วยสัญญาแบบยืมตัว

#2 เกมส์ที่เล่นให้กับเอสปันญ่อลในสัญญายืมตัว

ในวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2012 คูตินโญ่ได้ย้ายไปร่วมทีมเอสปันญ่อลด้วยสัญญาแบบยืมตัวจนจบฤดูกาล 2011-12 และต่อมา ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 คูตินโญ่ได้ลงเล่นนัดแรกให้กับเอสปันญ่อล ในนัดที่ เอสปันญ่อล เสมอกับ แอทเลติกบิลบาโอ 3-3

null

#3 ย้านมาอยู่กับลิเวอร์พูล

ในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้ย้ายจาก อินเตอร์มิลาน มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์ โดย คูตินโญ่ได้สวมใส่เสื้อหมายเลข 10

null

ฤดูกาล 2012-13 ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013

คูตินโญ่ได้ลงเล่นให้กับทีมลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรก โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้าน พ่ายแพ้ เวสต์บรอมมิชอัลเบียนไป 0-2 ต่อมา ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกและทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ สวอนซีซิตี 5-0 ต่อมา ในวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้จ่ายบอลให้เพื่อนทำ 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ วีแกนแอธเลติก ที่ ดีดับเบิลยูสเตเดียม 4-0 ต่อมา ในวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้ทำประตูตีไข่แตกให้ ลิเวอร์พูล ไล่ เซาแทมป์ตัน มาเป็น 1-2 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-3 ต่อมา ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 นัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก คูตินโญ่ได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ เอาชนะ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ 1-0 จบฤดูกาล คูตินโญ่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 3 ประตู จาก 13 นัด และได้จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตู ได้ถึง 7 ลูก ด้วยผลงานที่ดีทำให้ คูตินโญ่ ได้รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสรลิเวอร์พูลประจำฤดูกาล 2012-13 ไปครอง ทำให้ คูตินโญ่ได้เป็นขวัญใจของสาวกเดอะค็อปได้อย่างเต็มตัว

ฤดูกาล 2013-14 Coutinho เจอกับ มาร์ค วิลสัน นักเตะของ สโตกซิตี ในพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2013–14
ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14 คูติญโญ่ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ชนะ 3 นัดติดต่อกัน (ชนะ สโตกซิตี 1-0, ชนะ แอสตันวิลลา 1-0 และชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1-0) ต่อมา ในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2013 คูตินโญ่มีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ จากการปะทะกับ แอชลีย์ วิลเลียมส์ กองหลังของ สวอนซี ทำให้ต้องพักยาวถึงสิ้นเดือนตุลาคม ต่อมา ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล แพ้ให้กับ อาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์สเตเดียม 0-2 ต่อมา ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ในนัดที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ฟูลัม 4-0 ต่อมา ในวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้ทำประตูแรก ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสันพาร์ก 3-3 ต่อมา ในวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ซิตี 1-0 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-2

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 คูตินโญ่ได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดงลิเวอร์พูล เอาชนะ ฟูลัม ที่เครเวนคอตทิจ 3-2 ต่อมา ในวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 2014 คูตินโญ่ได้ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 4-0 ต่อมา ในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2014 Coutinho ได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 3-2 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงและลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป ต่อมา ในวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด เป็นนัดตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด และต้องลุ้นให้ เวสต์แฮมยูไนเต็ด เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่เอติฮัดสเตเดียม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก โดย ลิเวอร์พูล เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 2-1 แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ซิตี เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-0 ทำให้ ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเสียดาย จบฤดูกาล คูตินโญ่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 5 ประตูจาก 33 นัด ช่วยให้ หงส์แดง ได้อันดับ 2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้กลับไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกอีกครั้งนับตั้งแต่ในปี 2009

ฤดูกาล 2014-15 ในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2014

Coutinho ได้ลงสนามนัดแรกในพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2014-15 ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เซาแทมป์ตัน 2-1 ต่อมา ในวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 2014 ลีกคัพ รอบสี่ คูตินโญ่ได้เปิดบอลให้ เดยัน ลอฟเรน ทำประตูชัย ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ สวอนซีซิตี 2-1 ต่อมา ในวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2014 คูตินโญ่ได้ลงสนามเป็นตัวสำรอง และได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ ที่ลอฟตัสโรด 2-1 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะเอาชนะไป 3-2 ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2014 คูตินโญ่ได้ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ อาร์เซนอล 2-2

ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2015 Coutinho ได้จ่ายบอลให้เพื่อนทำ 2 ประตู ในนัดที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-0 ต่อมา ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ได้ตัดสินใจต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรลิเวอร์พูล ต่อมา ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 เอฟเอคัพ รอบสี่ นัดรีเพลย์ คูตินโญ่ได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ โบลตันวอนเดอเรอส์ ที่มาครอน สเตเดียม 2-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 5 เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแทมป์ตัน ที่เซนต์แมรีส์สเตเดียม 2-0 ต่อมา ในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 2-1 ต่อมา ในวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2015 เอฟเอคัพ รอบหก นัดรีเพลย์ คูตินโญ่ได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ที่อีวู้ด ปาร์ค 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2015 เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ คูตินโญ่ได้ทำประตูให้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แอสตันวิลลา 1-0 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องตกรอบ เอฟเอคัพ ไปในที่สุด ต่อมา คูตินโญ่ ได้ติด 1 ใน 6 เข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ รวมถึงเข้าชิงราวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ นักเตะของลิเวอร์พูลคนเดียวที่ได้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ต่อมา ในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ได้ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ 2-1 ต่อมา ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 คูตินโญ่คว้า 4 รางวัลของสโมสรลิเวอร์พูล ได้แก่ รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล, รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ, รางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งปี จากลูกยิงไกล ในเกมกับ เซาแทมป์ตัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และ รางวัลฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งปี ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ซิตี จากงานประกาศรางวัล Players’ Awards 2015 โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ เอ็คโค่ อารีน่า จบฤดูกาล คูตินโญ่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 5 ประตูจาก 35 นัด

ฤดูกาล 2015-16 ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2015

พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2015–16 หงส์แดง ลิเวอร์พูล บุกไปเยือนที่บริแทนเนียสเตเดียม เจอกับ สโตกซิตี หลังจากนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้วลิเวอร์พูลมาพ่ายแพ้สโตกซิตีที่นี่ 1-6 โดยคูตินโญ่ทำประตูชัยซัดไกลด้วยขวาประมาณ 25 หลาโค้งแฉลบปลายมือบัตแลนด์เสียบคานตุงตาข่ายสุดงามให้ลิเวอร์พูลเอาชนะ สโตกซิตี 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ล้างแค้นสำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2015 Coutinho โดนใบแดงไล่ออกจากสนามเป็นครั้งแรกในฟุตบอลอาชีพ ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 0-3 ทำให้ คูตินโญ่ โดนแบนไป 1 นัด

ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ ยิง 2 ประตูให้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ 3-1 ต่อมา ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ คริสตัลพาเลซ 1-2 ต่อมา ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีกและจ่ายบอลให้ โรแบร์ตู ฟีร์มีนู ทำประตูแรกในเสื้อของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่เอติฮัดสเตเดียม 4-1

ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 เอฟเอคัพ รอบสี่ นัดรีเพลย์ คูตินโญ่ทำประตูให้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ตีเสมอ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 1-1 แต่สุดท้ายในช่วงต่อเวลาพิเศษก็แพ้ไป 1-2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องตกรอบ เอฟเอคัพ ไปในที่สุด ต่อมา ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ฟุตบอลลีกคัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ โกชิญญูทำประตูตีเสมอ 1-1 ในช่วง 90 นาที ทำให้ต้องตัดสินในการยิงจุดโทษ Coutinho ยิงจุดโทษพลาดโดน วีลลี กาบาเยโร ผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ซิตี เซฟเอาไว้ได้ สุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็เป็นฝ่ายแพ้ในการยิงจุดโทษ 1-3 ทำให้ ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกคัพ อย่างน่าเสียดาย ต่อมา ในวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2016 ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง คูตินโญ่ ทำประตูแรกในยูฟ่ายูโรปาลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด 1-1 รวมผลสองนัด หงส์แดง ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่ายูโรปาลีกได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 6 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ เซาแทมป์ตัน ที่เซนต์แมรีส์สเตเดียม 2-3 ในวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 7 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 1-1

ในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2016 ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง Coutinho ทำประตูที่ 2 ในยูฟ่ายูโรปาลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ โบรุสเซียดอร์ทมุนด์ 4-3 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่ายูโรปาลีกได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 8 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0 ต่อมา ในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 คูตินโญ่คว้า 4 รางวัลของสโมสรลิเวอร์พูล ได้แก่ รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล, รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ, รางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งปี ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เมื่อเดือนมีนาคม และ รางวัลฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งปี ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ซิตี จากงานประกาศรางวัล Players’ Awards 2015 โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ Exhibition Centre

null

ฤดูกาล 2016-17 ในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 2016

พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2016–17 ลิเวอร์พูล บุกไปเยือนที่เอมิเรตส์สเตเดียม เจอกับ อาร์เซนอล Coutinho ยิง 2 ประตูให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ อาร์เซนอล 4-3 ต่อมา ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2016 อีเอฟแอลคัพ รอบ 3 คูตินโญ่ทำประตูแรกในอีเอฟแอลคัพ ฤดูกาล 2016–17 ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ดาร์บีเคาน์ตี ที่ไพรด์พาร์ก 3-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 4 อีเอฟแอลคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ฮัลล์ซิตี 5-1 ต่อมา ในวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เวสต์บรอมมิชอัลเบียน 2-1 ต่อมา ในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ วอตฟอร์ด 6-1

ผลการกับทีมชาติบราซิลของคูตินโญ่

ในปี 2011 Coutinho คูตินโญ่ ประสบความสำเร็จกับทีมชาติของเขาเป็นอย่างมาก เขามีส่วนทั้ง 7 เกม และทำได้ 3 ประตู ช่วยให้ทีมชาติบราซิล ยู-20 คว้าแชมป์โลก ยู-20 ที่โคลัมเบีย ได้สำเร็จ

ในวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2014 คูตินโญ่ ถูกเรียกติดทีมชาติโดย ดุงกา หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมชาติบราซิลและได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตรกับ โคลอมเบีย และ เอกวาดอร์ ในเดือนกันยายน ที่สหรัฐอเมริกา ต่อมา ในวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดที่ บราซิล เอาชนะ ชิลี 1-0 ในเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตร ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ต่อมา ในวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ ทำประตูแรกให้กับทีมชาติ ในนัดที่เอาชนะ เม็กซิโก 2-0

โคปาอเมริกา 2015

ในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ทีมชาติบราซิลได้เรียกตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ติดรายชื่อชุดลุยศึกโคปาอเมริกา 2015 ลงเล่น 3 นัด พาทีมได้อันดับ 1 ของกลุ่มซี โดยบราซิลชนะ 2 แพ้ 1 (ชนะ เปรู 2-1, แพ้ โคลอมเบีย 0-1 และ ชนะ เวเนซุเอลา 2-1) ช่วยให้ บราซิล ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอกับ ปารากวัย แต่พ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษ 3-4 หลังเสมอ 1-1 ใน 90 นาที

โคปาอเมริกา เซนเตนาริโอ

ทีมชาติบราซิลเรียกตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ติดรายชื่อชุดลุยศึกโคปาอเมริกา เซนเตนาริโอ ที่สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ ทำแฮตทริกให้กับ บราซิล ในนัดที่ บราซิล เอาชนะ เฮติ 7-1

รางวัลส่วนตัวฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (Philippe Coutinho Correia)

null

  • PFA Fans’ Player of the Month: กุมภาพันธ์ 2015
  • ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ: 2014–15
  • UEFA Europa League Squad of the Season: 2015–16
  • นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล: 2014–15, 2015–16
  • Liverpool FC Players’ Player of the Year: 2014–15, 2015–16
  • ประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล: (2014–15: เจอกับ เซาแทมป์ตัน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2015), (2015–16: เจอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในวันที่ 17 มีนาคม 2016)
  • ฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งปี: (2014–15: เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในวันที่ 1 มีนาคม 2015), (2015–16: เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2015)
  • นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล: 2012–13
  • นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลจากสมาคมกองเชียร์ผู้พิการ: 2014–15, 2015–16
  • Liverpool Player of the Month Award (11): มีนาคม 2013, เมษายน 2013, ตุลาคม 2014, ธันวาคม 2014, มกราคม 2015, กุมภาพันธ์ 2015, เมษายน 2015, สิงหาคม 2015, พฤศจิกายน 2015, มีนาคม 2016, ตุลาคม 2016
  • ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของอีเอ สปอร์ตส์ (9): กุมภาพันธ์ 2015, มีนาคม 2015, เมษายน 2015, สิงหาคม 2015, ตุลาคม 2015, กุมภาพันธ์ 2016, มีนาคม 2016, สิงหาคม 2016, ตุลาคม 2016
    ก็ขอจบการพรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ความเป็นมาของ ยอดนักเตะดาวดังของทีมลิวเวอร์พูล อย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (Philippe Coutinho Correia) แต่เพียงเท่านั้น หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือ อยากให้เราพรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ความเป็นมาของนักเตะคนไหนก็สามารถแนะนำเข้ามาได้ และ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมานะทีนี้ด้วยนะค่ะ