แนะนำเว็บฟุตบอล เว็บเช็ค ตารางบอล วันนี้และให้ทีเด็ดแม่นๆ

วันนี้ Admin ขอแนะนำเว็บฟุตบอล เว็บเช็คตารางบอลวันนี้และให้ ทีเด็ดแม่นๆ SoccerFollow.com : เว็บฟุตบอลที่คุณต้องติดตาม ตารางบอล โปรแกรมบอล ผลบอล ทีเด็ดวันนี้ ที่นี่เดียวนี้จบครบทุกทีเด็ด ไม่ว่าจะเป็นตารางบอล โปรแกรมบอลวันนี้ ผลบอลเมื่อคืนนี้ ทีเด็ดวันนี้ ทีเด็ด บ้านผลบอล ทีเด็ดบอลวันนี้ เด็ดฟุตบอลVIPสุดแม่น 7m zeanstep สปอร์ตพูล สยามกีฬาที่นี่เดียวนี้จบครบทุกทีเด็ด

 

soccerfollow : ตารางบอล
soccerfollow : ตารางบอล

ตารางบอล วิเคราะห์บอล ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ จาก 7m, บ้านผลบอล, zeanstep, baanpolball, สปอร์ตพูล ดูผลบอลเมื่อคืนนี้ ทุกลีก ทุกคู่ ทั่วโลก

SoccerFollow เว็บฟุตบอลที่คุณต้องติดตาม ได้รวบรวม ไม่ว่าจะเป็น ทีเด็ด ทีเด็ดวันนี้ ทีเด็ด VIP ทีเด็ดแม่นจากหลายๆสำนัก ไม่ว่าจะเป็นมาจากบ้านผลบอล zeanstep 7m สปอร์ตพูล baanpolball สยามกีฬา สยามสปอร์ต ดูทีเด็ดฟุตบอล ทีเด็ดบอลวันนี้ ดูผลบอลเมื่อคืนนี้ การแข่งขันเกมส์เซียนบอลสุดแม่น สถิติ วิเคราะหบอล์ก่อนเตะ ดูผลบอลสด ผลบอลย้อนหลัง โปรแกรมฟุตบอลประจำวัน ตารางบอลวันนี้ คืนนี้ พรุ่งนี้ เช็คราคาบอลวันนี้ ดูบอลออนไลน์ ชมไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุดอัพเดททุกวัน ติดตามตารางคะแนนฟุตบอลทุกลีกดัง เลือกรับชมผลบอลสดได้5ช่องทางสำรอง ตารางบอลมีการรายงานผลบอลทันทีที่บอลแข่งจบ พร้อมแสดงใบเหลือง ใบแดง ทุกลีก ทุกคู่ ทั่วโลก

พรีวิวฟุตบอล นอกสนาม ประวัตินักเตะ เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซังตุส ฌูนีโอร์ (Neymar da Silva Santos Júnior)

วันนี้ ขอเสนอ พรีวิวฟุตบอล นอกสนาม ประวัตินักเตะ ความเป็นมาของ ยอดนักเตะดาวดังของทีมบาร์เซโลนา อย่าง เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซังตุส ฌูนีโอร์ (Neymar da Silva Santos Júnior)

เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซังตุส ฌูนีโอร์ (โปรตุเกส: Neymar da Silva Santos Júnior; เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1992) หรือรู้จักกันในชื่อ เนย์มาร์ เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล ปัจจุบันเล่นอยู่กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาและฟุตบอลทีมชาติบราซิลในตำแหน่งกองหน้า

เนย์มาร์ เกิดที่ โมกี ดาส ครูเซส เซาเปาโล โดยมีพ่อแม่ชื่อว่า เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซีเนียร์ อดีตนักฟุตบอล และ นาดิเน ซานโตส โดย ปัจจุบัน พ่อของเขา กลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวของ เนย์มาร์ และเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญ เนย์มาร์มีน้องสาว 1 คน

null

ปี 2011 Neymar ประกาศอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ตนเอง ว่าเขากลายเป็นพ่อคน เมื่อตอนอายุเพียง 19 ปี กับสาววัย 17 ปี มีลูกชาย1คน ชื่อว่า “ดาวี ลุซซี” เกิดเมื่อเดือน ส.ค.ปี 2011 แต่ตอนนี้ทั้งสองคนได้เลิกรากันไปแล้ว

#1 เริ่มต้นเล่นให้กับ ทีมเยวชนทีมชาติบราซิล

Neymar เริ่มติดทีมชาติบราซิลตั้งแต่รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี จนกระทั่งตอนที่เขาอายุ 18 ปี เนย์มาร์ก็ถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ เขาลงเล่นให้กับทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ครั้งแรกในนัดกระชับมิตรกับทีมชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งเนย์มาร์เองก็สามารถทำประตูได้ และทำให้บราซิลชนะสหรัฐอเมริกาได้ 2-0 นอกจากนี้ ในทัวร์นาเมนต์ 2011 South American Youth Championship เนย์มาร์ยังได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ทำประตูได้สูงที่สุด ด้วยการทำประตูถึง 11 ประตู รวมทั้ง 2 ประตูในรอบชิงชนะเลิศ จนทำให้บราซิลคว้าชัยในถ้วยนี้ไปครองได้สำเร็จ นั่นจึงทำให้ในปี พ.ศ. 2013 หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ได้ตัดสินใจใส่ชื่อของเนย์มาร์ เข้าร่วมในศึกฟุตบอล คอนเฟเดอเรชันส์ คัพ (Confederations Cup) ที่จัดขึ้นที่ประเทศบราซิล และเนย์มาร์ ยังสามารถพังประตูทีมชาติสเปนได้ จนทำให้บราซิลสามารถเอาชนะสเปนไปด้วยสกอร์ 3-0 และคว้าแชมป์ในบ้านตัวเองได้ พร้อมกับที่เนย์มาร์ ได้รับรางวัลลูกบอลทองคำ สำหรับนักเตะยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์อีกด้วย

ในฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพ ในการแข่งขันรอบแรกนัดสุดท้าย เนย์มาร์เป็นผู้ยิงประตูแรกให้แก่บราซิล ที่พบกับแคเมอรูนในนาทีที่ 17 ซึ่งประตูนี้นับเป็นประตูที่ 100 ของทีมชาติบราซิล และนับเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกนัดที่ 100 ของบราซิลอีกด้วย

แต่ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่บราซิลพบกับโคลอมเบีย แม้บราซิลจะเป็นฝ่ายชนะไป 2-1 แต่ก็ต้องได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังถึงขั้นร้าวเมื่อปะทะกับฮวน กามีโล ซูญีกา กองหลังของโคลอมเบียที่กระโดดเข้าใส่ที่หลัง ทำให้ต้องหยุดเล่นฟุตบอลโลกครั้งนี้ไว้แต่เพียงเท่านี้ ซึ่งในรอบต่อมาบราซิลก็เป็นฝ่ายแพ้ต่อเยอรมนีไปถึง 1-7 ประตู ทำให้หมดสิทธิที่จะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ

#2 เริ่มต้นเล่นให้กับ ทีมซานโตส (Santos)

ซานโตส (Santos)
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2009 เนย์มาร์ ได้ลงประเดิมสนามเป็นครั้งแรกในฐานะนักฟุตบอลอาชีพให้กับทีมซานโตส ทั้งที่เขามีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น ซึ่งเนย์มาร์ก็สามารถสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างมากในฤดูกาลแรก เขาทำประตูได้ถึง 14 ประตูจากการลงสนาม 48 นัด และในฤดูกาลต่อมา เนย์มาร์ก็สามารถพาทีมซานโตสคว้าฟุตบอลลีกในประเทศได้สำเร็จ และเขาก็ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลอีกด้วย ซึ่งจากผลงานทำประตู 42 ประตูใน 60 เกม ในช่วง 2 ฤดูกาลแรก จึงทำให้หลายๆทีมใหญ่ ในอังกฤษ ทั้งเวสต์แฮม ยูไนเต็ด และทีมเชลซี ต่างสนใจในตัวของเนย์มาร์ และเสนอเงินก้อนโตให้เขาไปร่วมทีม แต่เนย์มาร์ก็ยังยืนยันที่จะอยู่กับทีมซานโตสต่อไป

null

ในปี พ.ศ. 2011 เนย์มาร์สามารถพาทีมSantos คว้าถ้วยแชมป์ Copa Libertadores เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ พ.ศ. 1963 จนมีข่าวว่า ทีมเรอัล มาดริด สนใจที่จะดึงตัวเนย์มาร์ไปอยู่ด้วย และพร้อมที่จะเซ็นสัญญาล่วงหน้าทันที จนทำให้ประธานสโมสรซานโตส ตัดสินใจขยายสัญญากับเนย์มาร์ออกไป ในปีเดียวกันนี้ เนย์มาร์ยังได้รับรางวัล FIFA Puskas Award ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับลูกยิงสุดสวยในแต่ละฤดูกาล และเขายังได้รับรางวัล นักฟุตบอลดีเด่นของทวีปอเมริกาใต้ ประจำปี พ.ศ. 2011 อีกด้วย

ต่อมา ในปี พ.ศ. 2012 Neymar สามารถพาทีม ซานโตส คว้าถ้วยแชมป์ฟุตบอลลีกได้อีกครั้ง เขาพังประตูไปได้ถึง 20 ประตูและได้รับการโหวตให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลและกองหน้ายอดเยี่ยม อีกครั้งยังมีชื่อเข้าชิงรางวัล 2012 FIFA Puskas Award และได้รับรางวัล นักฟุตบอลดีเด่นของทวีปอเมริกาใต้ ประจำปี พ.ศ. 2012 ซึ่งในปีนี้ ก็มีข่าวออกมาว่า ทางสโมสรซานโตส ได้ตัดสินใจที่จะขายเนย์มาร์ ให้ทีมจากสเปน คือบาร์เซโลนา แล้ว แต่เนย์มาร์ก็ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว จนกระทั่งวันที่ 25 เมษายน 2013 ที่คุณพ่อและตัวแทนของเนย์มาร์ได้ออกมาเผยว่า เนย์มาร์ได้ย้ายไปอยู่กับทีมบาร์เซโลนา และสุดท้าย ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2013 เนย์มาร์ก็ได้กล่าวอำลาทีมซานโตสทั้งน้ำตา เพื่อที่จะไปตามล่าฝันที่ประเทศสเปน กับทีมบาร์เซโลนา

#3 และย้ายมาเล่นให้กับทีมชั้นนำอย่างบาร์เซโลนา (Barcelona)

ฤดูกาล 2014-15
ในวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2014 Neymar ยิง 2 ประตูแรกในลาลีกา ฤดูกาล 2014–15 ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ แอทเลติกบิลบาโอ 2-0 ต่อมา ในวันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2014 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 3 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เลบันเต 5-0 ต่อมา ในวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 2014 เนย์มาร์ ทำแฮตทริกให้กับบาร์ซา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ กรานาดา 6-0 ต่อมา ในวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2014 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2014–15 เนย์มาร์ ทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ ปารีแซ็ง-แฌร์แม็ง ที่ปาร์กเดแพร็งส์ 2-3

null

ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 UEFA Champions League รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เนย์มาร์ ทำประตูที่ 7 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์ซา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก 3-0 ต่อมา ในวันที่ 9 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 22 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ เรอัลโซเซียดัด 2-0 ต่อมา ในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 เนย์มาร์ ได้ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ บาเยิร์นมิวนิก ที่อัลลิอันซ์อาเรนา 2-3 ประตูรวม บาร์เซโลนา เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก 5-3 ช่วยให้ บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศของ UEFA Champions League ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 โกปาเดลเรย์ รอบชิงชนะเลิศ 2015 บาร์เซโลนา เจอกับ แอทเลติกบิลบาโอ ที่สนาม Camp Nou ของบาร์เซโลนา เนย์มาร์ ทำประตูที่ 7 ในโกปาเดลเรย์ ช่วยให้ บาร์เซโลนา เอาชนะ แอทเลติกบิลบาโอ 3-1 คว้าแชมป์โกปาเดลเรย์ สมัยที่ 27 มาครอง พาทีมคว้าแชมป์ที่สองได้สำเร็จ

ในวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 2015 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ บาร์เซโลนา เจอกับ ยูเวนตุส ที่สนาม Olympiastadion ในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เนย์มาร์ ทำประตูที่ 10 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ช่วยให้ บาร์ซา เอาชนะ ยูเวนตุส 3-1 คว้าแชมป์ UEFA Champions League สมัยที่ 5 มาครอง พาทีมคว้าทริปเปิลแชมป์ได้สำเร็จ จบฤดูกาล 3 ประสาน MSN (Lionel Messi, Suárez และ Neymar) ยิงประตูรวมทั้งหมด 122 ประตู ทำลายสถิติ 118 ประตูของ เรอัล มาดริด (Cristiano Ronaldo, กอนซาโล อีกวาอิน และ การีม แบนเซมา ในฤดูกาล 2011-12)

ฤดูกาล 2015-16
Neymar ป่วยเป็นคางทูม ทำให้ไม่ได้ลงสนามในนัดที่ บาร์ซา ลงเล่นในยูฟ่าซูเปอร์คัพ 2015และซูเปร์โกปาเดเอสปาญา 2015 ต่อมา ในวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูแรกในลาลีกา ฤดูกาล 2015–16 ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ อัตเลตีโกมาดริด ที่สนามกีฬา Vicente Calderon 2-1 ต่อมา ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูที่ 2 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์ซา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ เลบันเต 4-1 ต่อมา ในวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูที่ 3 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ เซลตาบีโก 1-4 ต่อมา ในวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูที่ 4 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ เซบียา 1-2 ต่อมา ในวันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำแฮตทริกยิง 4 ประตูให้ บาร์เซโลนา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ ราโยบาเยกาโน 5-2 ต่อมา ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูที่ 9 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์ซา เอาชนะ เคตาเฟ 2-0 ต่อมา ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ ยิง 2 ประตูใน UEFA Champions League ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ บาเต บอรีซอฟ 3-0 ต่อมา ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ บียาร์เรอัล 3-0 ต่อมา ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ทำประตูที่ 12 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เรอัลมาดริด คู่ปรับตลอดกาล ที่ Estadio Santiago Bernabéu 4-0 ต่อมา ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์ซา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ เรอัลโซเซียดัด 4-0 ต่อมา ในวันที่ 30 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 เนย์มาร์ มีชื่อ 1 ใน 3 คนสุดท้ายเข้าชิงรางวัล 2015 ฟีฟ่าบาลงดอร์ ร่วมกับ เมสซี่ และ โรนัลโด สุดท้ายเป็น เมสซี่ ที่คว้ารางวัลนี้ไปครอง

null

ในวันที่ 6 มกราคม ค.ศ. 2016 Copa del Rey รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก Neymar ทำประตูแรกในโกปาเดลเรย์ ฤดูกาล 2015–16 ในนัดที่ บาร์ซา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ อัสปัญญอล 4-1 ต่อมา ในวันที่ 9 มกราคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 15 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัม Camp Nou ชนะ กรานาดา 4-0 ต่อมา ในวันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 16 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ แอทเลติกบิลบาโอ 6-0 ต่อมา ในวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2016 โกปาเดลเรย์ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก เนย์มาร์ทำประตูที่ 2 ในโกปาเดลเรย์ ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ แอทเลติกบิลบาโอ ที่ซานมาเมส 2-1 ต่อมา ในวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 2016 โกปาเดลเรย์ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง เนย์มาร์ทำประตูที่ 3 ในโกปาเดลเรย์ ในนัดที่ บาร์ซา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ แอทเลติกบิลบาโอ 3-1 รวมผลสองนัด บาร์เซโลนา เอาชนะ แอทเลติกบิลบาโอ 5-2 ช่วยให้ บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ Copa del Rey ได้สำเร็จ

ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 17 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์ซา เปิดสนามกัมนอว์เอาชนะ เซลตาบีโก 6-1 ต่อมา ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 18 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ ลัสปัลมัส 2-1 ต่อมา ในวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ เคตาเฟ 6-0 ต่อมา ในวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 2016 UEFA Champions League รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง เนย์มาร์ทำประตูที่ 3 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ อาร์เซนอล 3-1 รวมผลสองนัด บาร์ซา เอาชนะ อาร์เซนอล 5-1 ช่วยให้ บาร์เซโลนา ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 21 ในลาลีกาด้วยลูกจุดโทษ ในนัดที่ บาร์เซโลนา เสมอกับ บียาร์เรอัล 2-2 ต่อมา ในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 22 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ เดปอร์ตีโบเดลาโกรูญา 8-0 ต่อมา ในวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 23 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์ซา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ สปอร์ติงเดคีคอน 6-0 ต่อมา ในวันที่ 8 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ทำประตูที่ 24 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ อัสปัญญอล 5-0 ต่อมา ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 ลาลีกา นัดปิดฤดูกาล บาร์เซโลนา เจอกับ กรานาดา เป็นนัดตัดสินแชมป์ลาลีการะหว่าง บาร์เซโลนา กับ เรอัลมาดริด ในนัดนี้ บาร์เซโลนา จะต้องชนะ กรานาดา บาร์เซโลนา ก็จะได้แชมป์ลาลีกา เนย์มาร์จ่ายบอลให้ ซัวเรซ ทำแฮตทริก โดย บาร์ซา เอาชนะ กรานาดา 3-0 ช่วยให้ บาร์เซโลนา คว้าแชมป์ลาลีกามาครอง ต่อมา ในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 โกปาเดลเรย์ รอบชิงชนะเลิศ 2016 บาร์เซโลนา เจอกับ เซบียา ที่สนามกีฬา Vicente Calderon เนย์มาร์ทำประตูช่วยให้ บาร์เซโลนา เอาชนะ เซบียา ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 2-0 คว้าแชมป์ Copa del Rey สมัยที่ 28 มาครอง พาทีมคว้าดับเบิลแชมป์ได้สำเร็จ

 

#4 ปัจจุบัน เนย์มาร์ยังคงเล่นให้กับทีมชั้นนำอย่างบาร์เซโลนา อยู่

ฤดูกาล 2016-17
ในวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2016 UEFA Champions League ฤดูกาล 2016–17 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม C เนย์มาร์ทำประตูแรกในฤดูกาล 2016-17 และจ่ายบอลให้เพื่อนทำ 4 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ เซลติก จากสกอตแลนด์ 7-0 ต่อมา ในวันที่ 17 กันยายน ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูแรกในลาลีกา ในนัดที่ บาร์ซา เอาชนะ เลกาเนส 5-1 ต่อมา ในวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ ยิง 2 ประตู ในนัดที่ บาร์เซโลนา เอาชนะ สปอร์ติงเดคีคอน 5-0 ต่อมา ในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 4 ในลาลีกา ในนัดที่ บาร์เซโลนา พ่ายแพ้ เซลตาบีโก 3-4 ต่อมา ในวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2016 เนย์มาร์ทำประตูที่ 2 ใน UEFA Champions League ในนัดที่ บาร์ซา เปิดสนาม Camp Nou เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี จากอังกฤษ 4-0

รางวัลพรีวิวฟุตบอลที่เคยได้รับ เนย์มาร์ ดา ซิลวา ซังตุส ฌูนีโอร์ (Neymar da Silva Santos Júnior)

null

ทีมชาติบราซิล
– แชมป์ South American Youth Championship ปี 2011
– แชมป์ Superclasico de las Americas ปี 2011, 2012
– เหรียญเงินโอลิมปิก ปี 2012
– แชมป์ FIFA Confederations Cup ปี 2013
– เหรียญทอง โอลิมปิกฤดูร้อน 2016

ทีมซานโตส
– แชมป์ฟุตบอลลีกบราซิล ปี 2010, 2011, 2012
– แชมป์ฟุตบอลถ้วยบราซิล Copa do Brasil ปี 2010
– แชมป์ Copa Libertadores ปี 2011
– แชมป์ Recopa Sudamericana ปี 2012

ทีมบาร์เซโลน่า
– แชมป์ Supercopa de Espana ปี 2013
– ลาลีกา: 2014–15, 2015–16
– โกปาเดลเรย์: 2014–15, 2015–16
– ซูเปร์โกปาเดเอสปาญา: 2013, 2016
– ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก: 2014–15
– ยูฟ่าซูเปอร์คัพ: 2015
– ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก: 2015

รางวัลอื่น ๆ
World Soccer Young Player of the Year: 2011
Campeonato Brasileiro Série A Best Player: 2011
Campeonato Brasileiro Série A Championship Squad: 2010, 2011, 2012
Brazilian Silver Ball: 2010, 2011
Brazilian Golden Ball: 2011
Bola de Ouro : 2012
Young Player of the Year (1): 2011
Campeonato Brasileiro Série A Championship Squad (3): 2010, 2011, 2012
Copa Libertadores Championship Squad (1): 2012
Arthur Friedenreich Award (2): 2010, 2012
Armando Nogueira Trophy (2): 2011, 2012
Golden Ball (1): 2011 – Best Player in Brazilian League by magazine Placar
Silver Ball (2): 2010, 2011 – Best Forward in Brazilian League by magazine Placar
Silver Ball hors concours (1): 2012
Golden Boot (2): 2010, 2011, 2012 – Most goals in all competition in Brazil
Copa do Brasil Top scorer (1): 2010
South American Youth Championship Top scorer (1): 2011
นักเตะยอดเยี่ยมในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (1): 2011
South American Footballer of the Year (1): 2011
FIFA Puskás Award (1): 2011
Campeonato Paulista Top scorer (1): 2012
Copa Libertadores Top scorer (1): 2012
FIFA Confederations Cup Golden Ball (1): 2013
FIFA Confederations Cup Bronze Shoe (1): 2013
FIFA Confederations Cup Dream Team (1): 2013
FIFA World Cup Bronze Boot (1): 2014
FIFA World Cup Dream Team (1): 2014
Golden Year Award: 2014.
Samba Gold: 2014
UEFA Champions League Top Goalscorer: 2014–15 (tied with Cristiano Ronaldo and Lionel Messi)
UEFA Champions League Team of the Season: 2014–15
FIFA FIFPro World XI: 2015

พรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ พอล ป็อกบา (Paul Labile Pogba)

วันนี้ ขอเสนอ พรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ความเป็นมาของ ยอดนักเตะดาวดังของทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด อย่าง พอล ป็อกบา (Paul Labile Pogba)

พอล ป็อกบา (ฝรั่งเศส: Paul Labile Pogba) เกิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ค.ศ. 1993 เป็นนักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส ปัจจุบันเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และทีมชาติฝรั่งเศส ในตำแหน่งกองกลาง

ป็อกบา ได้รับรางวัล “โกลเด้น บอย” ในปี 2013 (นักเตะอายุต่ำกว่า 21 ปี ที่ดีที่สุดในยุโรป) ตามด้วย “บราโว อวอร์ด” (นักเตะอายุต่ำกว่า 23 ปี ที่ดีที่สุดในยุโรป) ป็อกบา ยังติดทีมชาติฝรั่งเศส มาทุกชุดนับตั้งแต่ ยู-16, ยู-17, ยู-18, ยู-19 และ ยู-20 ส่วนในปี 2014 ป็อกบา ถูก “เดอะ การ์เดี้ยน” ยกย่องว่าเป็น 1 ใน 10 ดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในยุโรป

null

พอล ป็อกบา เกิดในครอบครัวของชาวกินีที่อพยพมาอาศัยอยู่ที่ฝรั่งเศส เขาเป็นน้องคนเล็ก จากพี่น้องทั้งหมด 3 คน ซึ่งพี่ชายทั้งสองต่างก็เป็นนักฟุตบอล ทั้งนี้ ป็อกบา เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 6 ขวบ กับสโมสรยูเอส รอยส์-ออง-เบร เขาอยู่ที่นั่น 7 ฤดูกาล จนกระทั่งอายุได้ 13 ปี เขาย้ายมทีมไปอยู่กับ ยูเอส ทรอซี่ย์ และได้เป็นกัปตันทีมของต้นสังกัดยู-13 อีกด้วย ให้หลังเพียงปีเดียว ป็อกบา ย้ายไปอยู่กับ ลเอ อาฟร์ ซึ่งด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม ส่งผลให้เจ้าตัวได้รับความสนใจจากอาร์เซน่อล และอีกหลายทีมในเซเรีย อา

null

#1 เริ่มต้นเล่นให้กับ ทีมเยวชนแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

วันที่ 7 ตุลาคม 2009 ป็อกบา ประกาศย้ายทีมจากเลอ อาฟร์ ไปหากินในพรีเมียร์ลีกกับเยวชนแมนฯ ยู และเริ่มลงเล่นเกมแรกกับทีม ยู-18 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ในแมตช์ชนะครูว์ 2-1 โดยฤดูกาลดังกล่าว (2009-2010) Pogba ลงสนามให้ทีมยู-18 ไปทั้งสิ้น 21 เกม ยิงไป 7 ลูก และพาต้นสังกัดจบที่ 1 ของกลุ่ม แต่ไปพ่ายอาร์เซน่อล 3-5 ในการดวลจุดโทษของศึกเพลย์-อ๊อฟ รอบรองชนะเลิศ

#2 1 ใน 4 แข้งเยาวชน ที่ถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2011 ป็อกบา เป็น 1 ใน 4 แข้งเยาวชน ที่ถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ โดยผู้จัดการทีมเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่ง Pogba ดาวเตะอนาคตไกลได้เสื้อหมายเลข 42 อย่างไรก็ตาม ป็อกบา ยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเล่นทีมยู-18 เกือบตลอดฤดูกาล 2010-11 และช่วยให้ต้นสังกัดคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ซึ่งเอาชนะเชลซีในรอบรองชนะเลิศ ด้วยประตูรวม 7-3 และคว่ำ เชฟฟีลด์ยูไนเต็ด ด้วยประตูรวม 6-3 ในนัดชิงชนะเลิศ โดยเป็นแชมป์ใบที่ 10 ของทีมยู-18 อีกด้วย

#3 เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน ให้ พอล ป็อกบา ได้มีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่

จากนั้นในปี 2011-12 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยืนยันว่า พอล ป็อกบา จะมีส่วนร่วมกับทีมชุดใหญ่ ซึ่งป็อกบา ถูกดันขึ้นมาเล่นทีมสำรอง และได้เล่นเป็นเกมแรกในนัดเปิดสนามกับอาร์เซน่อล สำรอง เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2011 ตามด้วยเกมกับสวอนซี เมื่อวันที่ 25 สิงกาคม 2011 ในเกมหลัง Pogba ยิงได้หนึ่งประตู จากชัยชนะ 6-0 จากนั้นกองกลาง Pogba ถูกใส่ชื่อเป็นตัวสำรองในเกมลีก คัพ รอบ 3 ที่พบกับลีดส์ ซึ่งป็อกบา ได้ลงสนามในครึ่งเวลาหลัง และพาทีมชนะ 3-0

Pogba ได้สัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเป็นนัดแรก คือแมตช์ที่แข่งกับสโต๊ค เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2012 โดยเปลี่ยนลงมาแทน ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ในนาทีที่ 72 จากนั้น ป็อกบา ได้ลงเล่นเกมลีกอีกครั้ง ในเกมกับเวสต์บรอมวิช วันที่ 11 มีนาคม ตามด้วยลงโชว์ฟอร์มในศึกยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายกับบิลเบา ซึ่งลงเล่นแทนไมเคิ่ล คาร์คิค ในนาทีที่ 52

#4 พอล ป็อกบา ตัดสินใจย้ายทีม หลังจากไม่ต่อสัญญากับ ” ปีศาจแดง ”

วันที่ 3 กรกฎาคม 2012 เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยืนยันว่า ปอล ป็อกบา ตัดสินใจย้ายทีม หลังจากไม่ต่อสัญญากับ ”ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเลือกไปหาความท้าทายใหม่ๆ กับยูเวนตุส สโมสรดังแห่งเซเรีย อา โดยเซ็นสัญา 4 ปี ลงสนามเกมแรกให้ยูเวนตุส ในแมตช์อุ่นเครื่องกับ เบนฟิก้า ป็อกบา ลงสนามแทนอันเดรีย ปิร์โล่ ในนาทีที่ 78

null

#5 นัดแรกในเกมเซเรียอาของป็อกบา

ส่วนในเกมเซเรีย อา นัดแรกของป็อกบา คือแมตช์กับ คิเอโว่ ในวันที่ 22 กันยายน 2012 เจ้าตัวได้ลงสนามครบ 90 นาทีอีกด้วย ทั้งนี้ป็อกบา ยิงประตูแรกของตัวเองให้กับ “ม้าลาย” ยูเวนตุส คือเกมที่เอาชนะนาโปลี 2-0 ในวันที่ 31 ตุลาคม อย่างไรก็ตาม Pogba เจอไล่ออกครั้งแรกในชีวิตในเกมปิดท้ายซีซั่น 2012-13 เนื่องจากเอามือผลักหน้าคู่แข่ง แต่ยูเวนตุส ได้สคูเด็ตโต้ ไปตั้งแต่ก่อนเกมดังกล่าวแล้ว

วันที่ 20 กันยายน “ม้าลาย” ยูเวนตุส ภายใต้กุนซือใหม่อย่าง มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ในเดือนถัดมาวันที่ 18 ตุลาคม ทาง ป็อกบา ยังคงมีฟอร์มอันยอดเยี่ยมเอาไว้ เริ่มจากจ่ายบอลให้คาร์ลอส เตเบซ ทำประตูชัยในเกมชนะมิลาน รวมถึงยิงประตูตีเสมอซัสซัวโล่ วันที่ 4 พฤศจิกายน ป็อกบา ลงสนามให้ยุเวนตุสครอบ 100 เกม ในเกมที่เผชิญหน้ากับ โอลิมเปียกอส และยิงประตูที่สามซึ่งช่วยต้นสังกัดชนะทีมจากกรีซ ในที่สุด ตามด้วยพาทีมชนะลาซิโอ 2-1 ในเกมนัดชิงโคปปา อิตาเลีย ได้สำเร็จ

วันที่ 13 เมษายน พอล ป็อกบา จ่ายบอลให้โมราต้า ยิงประตูตีเสมอเรอัล มาดริด ในเลกสองของศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ พร้อมกับพาทีมเข้าชิงด้วยประตูรวม 3-2 จากนั้นวันที่ 6 มิถุนายน 2015 ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมชิงดำยูซีแอลกับบาร์เซโลน่า ทว่า “ม้าลาย” ยูเวนตุส ต้านความแกร่งของ บาร์เซโลน่า ไม่ไหว พ่ายไป 1-3 ได้แค่รองแชมป์ แต่อย่างไรก็ตาม ป็อกบา สามารถพาต้นสังกัดคว้าดับเบิ้ลแชมป์ มาครอง

#5 ป็อกบา ได้กลับมายังถิ่นเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

8 สิงหาคม 2016 ป็อกบา ได้กลับมายังถิ่นเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ของ พอล ป็อกบา เป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่สุดๆ ป็อกบา กลายเป็นนักเตะที่มีสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกขณะนี้ พรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ยอดตัวทีเด็ด ค่าตัวแพงติดอันดับโลก ค่าตัวของเขาสามารถซื้อทีมฟุตบอลได้ทั้งทีม อย่าง พอล ป็อกบา!! (Paul Labile Pogba)เพราะค่าตัวของเขานั้นทำลายสถิติโลกไปเป็นที่เรียบร้อยด้วยจำนวนเงินถึง 89.3 ล้านปอนด์  (ประมาณ 4,450 ล้านบาท) และเซ็นต์สัญญาทั้งหมด 5 ปี พร้อมเงื่อนไขที่จะต่อสัญญาเพิ่มเติมได้อีก 1 ปี ทำลายสถิติเดิมของแกเร็ธ เบล ที่เคยมีไว้ 85 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,250 ล้านบาท) จากทอตนัมฮอตสเปอร์ สู่เรอัลมาดริด ในช่วงต้นฤดูกาล 2013–14

null

โดยเกมแรกที่ พอล ป็อกบา ได้ลงเล่นให้ ”ปีศาจแดง” อีกครั้งก็เป็นการพบกับ เซาท์แธมป์ตัน ซึ่งเกมนั้น ”ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะไปได้ 2-0 ประตูแรกที่เขาทำให้ แมนฯยูนั้นเกิดขึ้นในเกมที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไล่อัดแชมป์เก่าอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ไป 4-1 เมื่อ 24 กันยายน ที่ผ่านมา

หลังจากเปิดตัวมาสักพัก ฟอร์มการเล่นของ ป็อกบา ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่กับ แมนฯยู จนโดนวิพากวิจารณ์อย่างหนักว่าไม่คุ้มกับค่าตัวที่ ”ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมเสียเงินเป็นจำนวนมากดึงกลับมาเล่น แต่ถึงตอนนี้เหมือนเจ้าตัวจะเริ่มกลับคืนสู่ฟอร์มเก่งออกมาได้เรื่อยๆหลังจากที่ปลดล็อคยิงประตูให้กับ แมนฯยู ได้แล้ว ซึ่งในเกมทีมชาตินัดล่าสุด ป็อกบา ก็เพิ่งโชว์กดลูกยิงไกลให้ ฝรั่งเศส บุกไปเก็บ 3 คะแนนสำคัญจาก ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ได้สำเร็จในการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนยุโรปที่ผ่านมา

ก็ขอจบการพรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ยอดตัวทีเด็ด ค่าตัวแพงติดอันดับโลก ค่าตัวของเขาสามารถซื้อทีมฟุตบอลได้ทั้งทีม อย่าง พอล ป็อกบา!!(Paul Labile Pogba) แต่เพียงเท่านั้น หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือ อยากให้เราพรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ความเป็นมาของนักเตะคนไหนก็สามารถแนะนำเข้ามาได้ และ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมานะทีนี้ด้วยนะค่ะ

ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ คู่ระหว่าง เชลซี vs สโต๊ค ซิตี้ เล่นทีมไหนจะรวยมาดูกัน !!!

วิเคราะห์บอลวันนี้ คู่ระหว่าง เชลซี VS  สโต๊ค ซิตี้ ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

เชลซี VS  สโต๊ค ซิตี้
แข่งขันเวลา 22.00  31/12/59
สนาม:สแตมฟอร์ด บริดจ์
ความจุของสนาม:42,055
ถ่ายทอดสดช่อง:KOREA SPO TV,HK NOW 621,CCTV SPORTS EVENT CHANNEL,BEIN S< style=”text-align: left;”>PORTS 2

เชลซี    ต่อ  1.5

สภาพความพร้อมของเชลซี ( chelsea )

ทางฝั่งเจ้าถิ่น เชลซี(สิงห์โตน้ำเงินคราม) ภายใต้การคุมทีม เทรนเนอร์ คนเก่ง อันโตนิโอ คอนเต้ ที่คุมทีมไม่แพ้ใครมา 12 นัดติด ในเกมนี้ ยังคงขาดกองหลังตัวเก๋าอยาง จอห์น เทอรี่ ที่ยังมีอาการบาดเจ็บ ไม่สามารถลงเล่นได้เช่นเคย ในขณะที่ ผู้เล่นตัวหลักยังอยุ่กันพร้อมหน้าครบครัน ผู้รักษาประตูมือหนึ่งยังคงเป็น ดีโบ กูร์ตัว กองหลัง สามประสานยังคงไว้ใจให้เป็น แกรี่ เคฮิลล์ ,เซซ่า อัซปิลิกวยต้า และ ดาวิช ลูอิช ส่วนผู้เล่นแดนกลาง จะใช้,เชส ฟาเบรกาส คุมเกมตรงกลางสนาม และ เอ็นโกโล คันเต้ ที่พ้นจากโทษแบนได้ลงเป็นตัวจริง ส่วน เอแดน อาซาร์ ,เปโดร โรตริเกช ในนัดที่แล้วช่วยกันถล่ม บอร์นมัธ ไป 3 ประตู ต่อ 0 จะเสริมเกมรุกให้กับดาวยิง ตัวทีเด็ดอย่าง ดีเอโก้ ดา คอสต้า ที่กลับมาเล่นให้ทีม หน้าเป้า ล่าตาข่าย ในเกมนี้

 

ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม 11 ตัวจริง 

%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b8%a5%e0%b8%8b%e0%b8%b5

เชลซี  : (3-4-3) ดีโบ กูร์ตัว(GK) ,เซซ่า อัซปิลิกวยต้า,ดาวิช ลูอิช,แกรี่ เคฮิลล์,วิคเตอร์ โมเซส,เอ็นโกโล คันเต้,เชส ฟาเบรกาส,เนมันย่า มาติช,เปโดร โรตริเกช,เอแดน อาซาร์,ดีเอโก้ ดา คอสต้า

สถิติผลการแข่งขัน  6 นัดหลังสุด ของเจ้าบ้าน เชลซี  เหย้า – เยือน
ผลงาน เชลซี (เหย้า)
เชลซี   3-0  บอร์นมัธ  (26/12/2016)
เชลซี   4-2   เวสต์ บรอมมิช อัลเบียน  (11/12/2016)
เชลซี   3-0  ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์  (27/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งในบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 3 ครั้ง และ  เสมอ 0  ครั้ง และ แพ้ 0  ผลรวม ทำประตูได้ 10 ลูก และเสีย 2 ประตู

ผลงาน เชลซี(เยือน)
เชลซี 1-0 คริสตัล พาเรซ (17/12/2016)
เชลซี 1-0  ซันเดอร์แลนด์  (15/12/2016)
เชลซี 3-1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (03/12/2016)

ผลรวมจากการแข่งนอกบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 3 ครั้ง เสมอ 0 ครั้ง และ แพ้ 0 ครั้ง  ผลรวมทำประตูได้ 6 ลูก และ เสีย 1 ประตู

สภาพความพร้อมของสโต๊คซิตี้ ( Stoke city )

ทางฝั่งทีมเยือน สโต๊ค ซิตี้ (ช่างปั้นหม้อ) กุนซือ มาร์ค ฮิวจ์ส ที่ผิดหวังกับทีมตนเอง ต้องพ่ายให้กับ ลิเวอร์พูล จากความผิดพลาดง่ายๆของทีม และต้องคิดหนักในเกมนี้  สภาพทีมก่อนไปเยือนในเกมนี้ ยังคงมีปัญหา เพราะจะยังคงขาด นักเตะ ตัวหลักอย่าง แจ็ก บัตแลนด์ นายทวารที่เจ็บนาน , จอฟฟ์ คาเมร่อน  ,ฟิล  บาร์ดสลี่ย์ กองหลัง และ สตีเฟ่น ไอร์แลนด์ กองกลาง ที่มีอาการบาดเจ็บไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้ทั้งหมดในเกมเยือนครั้งนี้ และ คาดว่า มาร์ค ฮิวจ์ส จะต้องปรับแผนสู้ เจ้าถิ่น จะใช้ ผู้รักษาประตูคนเดิม ลี แกรนท์ ส่วนกองหลัง เซนเตอร์แบ๊คจะเป็น ไรอัน ชอว์ครอสส์ จับ คู่กับ บรูโน่ มาร์ตินส์  อินดี้ แดนกลางยังคงเป็น ฌิลแบร์ อิมบูล่า,เกล็นน์ วีแลน,มาเม่ บิรัม ดิอุฟ ส่วน โจ อัลเลน และ โจนาธาน วอลเตอร์ ผู้ทำประตูแรกขึ้นนำ 1 ประตูต่อ 0 ให้กับ สโต๊ค ซิตี้ ในนัด พบกับ ลิเวอร์พูล จะช่วยเสริมเกมรุกให้กับ ปีเตอร์ เคร้าซ์ ที่รับบทบาทยืนหน้าเป้า ทำประตูต่อไปในเกมนี้

ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม 11 ตัวจริง

stoke-city-forward-jonathan-walters

สโต๊ค ซิตี้: (4-2-3-1) ลี แกรนท์(GK),เกล็น จอห์นสัน,ไรอัล ชอว์คอรสส์,บรูโน่ มาร์ตินส์  อินดี้,เอริค ปีเตอร์,เกล็นน์ วีแลน,ฌิลแบร์ อิมบูล่า,โจ อัลเลน,มาเม่ บิรัม ดิอุฟ,โจนาธาน วอลเตอร์,ปีเตอร์ เคร้าซ์
สถิติผลการแข่งขัน  6 นัดหลังสุด ทีมเยือน  สโต๊ค ซิตี้   เหย้า – เยือน
สโต๊ค ซิตี้  (เหย้า)
สโต๊ค ซิตี้ 2-2  เลสเตอร์ ซิตี้ (17/12/2016)
สโต๊ค ซิตี้ 0-0  เซาแธมป์ตัน (15/12/2016)
สโต๊ค ซิตี้ 2-0 เบิร์นลี่ย์ (03/12/2016)

ผลรวมจากการแข่งในบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 1 ครั้ง เสมอ 2 ครั้ง และ แพ้ 0 ครั้ง  ผลรวมทำประตูได้ 4 ลูก และ เสีย 2 ประตู

สโต๊ค ซิตี้ (เยือน)
สโต๊ค ซิตี้ 1-4 ลิเวอร์พูล (28/12/2016)
สโต๊ค ซิตี้ 1-3 อาร์เซน่อล (10/12/2016)
สโต๊ค ซิตี้ 1-0 วัดฟอร์ด  (27/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งนอกบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 1 ครั้ง  เสมอ 0 ครั้ง และ แพ้ 2 ครั้ง  ผลรวมทำประตูได้ 3 ลูก และ เสีย 7 ประตู

สถิติที่น่าสนใจ ของทั้ง 2 ทีม ระหว่าง เชลซี และ สโต๊ค ซิตี้ พบ กันทั้งหมด  20 ครั้ง เชลซี เอาชนะไปทั้งหมด 14 ครั้ง คิดเฉลี่ยเป็น(70.00%) และ เชลซี ทำได้แค่ เสมอ 4 ครั้ง คิดเฉลี่ยเป็น (20.00%) และผลงานที่พ่ายแพ้ 2 ครั้งเท่านั้น คิดเป็น (10.00%) ในราคาต่อรอง เชลซี : ชนะได้ 6 ครั้ง , เสมอ 0 ครั้ง,และ แพ้ 13 ครั้ง, ออกสูง(over)เต็มเวลา 7 ครั้ง, ออกต่ำ(under) เต็มเวลา 10 ครั้ง ,  ออกสูงครึ่งแรก (odd) 13 ครั้ง(half-game over) , ออกต่ำครึ่งแรก   7 ครั้ง  (half-game under)

สถิติ เชลซี พบกับ สโต๊ค ซิตี้ 5 ครั้งหลังสุด
(h)เชลซี 1-1 สโต๊ค ซิตี้ (a)  5/03/2016
(a)เชลซี 0-1 สโต๊ค ซิตี้ (h)  08/11/2015
(a)เชลซี1-1 สโต๊ค ซิตี้ (h)  28/10/2015
(h)เชลซี2-1 สโต๊ค ซิตี้ (a)  05/04/2015
(a)เชลซี2-0 สโต๊ค ซิตี้ (h)  23/12/2014

ผลงาน เชลซี พบ กับ สโต๊ค ซิตี้ (เหย้า-เยือน) ทำได้ ชนะ 2 ครั้ง เสมอ 2 ครั้ง และ แพ้ไปแค่ 1 ครั้ง เท่านั้น

สถิติที่พบกันระหว่าง เชลซี   vs สโต๊ค ซิตี้ ทีเด็ดจะอยู่ที่ทีมไหนมาดูกัน

เชลซี (สิงห์โตน้ำเงินคราม) ในเกมนี้ เปิดบ้าน ฟอร์มที่ผ่านมาทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดย นัดล่าสุดบุกไปเอาเอาชนะ ทีม บอร์นมัธ ถึงถิ่น 3 ประตูต่อ 0 และ สถิติ 6 นัดหลังสุดของทีม เชลซี ทำผลงาน ชนะไปถึง 6 นัด ติดต่อกันในลีก และไม่แพ้ใครเลยใน 6 เกม ทำให้ เชลซี รั้งอันดับ 1 จ่าฝูงต่อไป ผลรวมการแข่งขันทั้งหมด 18 นัด ทำประตูได้ 38 ประตู และ เสียประตู 11 ประตู ทำให้ใน ขณะนี้ ทีม เชลซี มีอยู่ 46 คะแนน ทางฝั่งทีมเยือน สโต๊ค ซิตี้ (ช่างปั้นหม้อ) ฟอร์มที่ผ่านมาก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก โดยนัดล่าสุด ออกไปเยือน ลิเวอร์พูล ถึงแม้จะขึ้นนำก่อนได้ 1 ประตูต่อ 0 แต่ ก็โดนทีมเจ้าถิ่น”หงส์แดง” สวนกลับ และไล่ถล่มไปถึง 4 ประตูต่อ 1 ทำให้สถิติ 6 นัดหลังสุดของ สโต๊ค ซิตี้ ทำผลงาน ชนะ 2 ครั้ง เสมอ 2 ครั้ง และแพ้ไป 2 ครั้ง ทีม สโต๊ค ซิตี้ ผลรวม การแข่งขันทั้งหมด 18 นัด ทำประตูได้ 20 ประตู และ เสีย 28 ประตู ทำให้ ทีม สโต๊ค ซิตี้ รั้งอับ 13 ของตาราง ณ ขณะนี้ มี 21 คะแนน

ในเกมนี้ เชลซี เปิดบ้าน ต้อนรับการ มาเยือน ของ สโต๊ค ซิตี้ ต้องบอกเลยว่า ทีมเชลซี ฟอร์มร้อนแรงมาก ณ ขณะนี้ ชนะมาแล้ว 12 นัดติด ผลงานจากนัดที่แล้วที่ เอาชนะทีม บอร์นมัธ มาได้ 3 ประตูต่อ 0 ถึงแม้ว่าทีมจะขาด ดาวยิงอย่าง ดีเอโก้ ดา คอสต้า แต่ก็ทำให้เห็นแล้วว่า พวกเขาก็ยังเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก ยากที่จะมีใครมาหยุดพวกเค้าได้ตอนนี้ และ แน่นอนว่า พวกเค้าจะรั้งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น และ ครองแชมป์ฤดูกาลนี้ ฟันธง“คาดว่า เกมนี้ ทีเด็ดบอลวันนี้ อยู่ที่ เชลซี เจ้าถิ่น เอาชนะ ทีมเยือน สโต๊ค ซิตี้ ในเกมนี้ได้ไม่ยาก “

พรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (Philippe Coutinho Correia)

วันนี้ ขอเสนอ พรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ความเป็นมาของ ยอดนักเตะดาวดังของทีมลิวเวอร์พูล อย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (Philippe Coutinho Correia)

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (Philippe Coutinho Correia) เกิดวันที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 1992 เป็นนักฟุตบอลชาวบราซิล ปัจจุบันเล่นอยู่ในตำแหน่งกองกลางตัวรุกในสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

คูตินโญ่ อยู่ในศูนย์ อคาเดมี่ ของ วาสโก ดา กาม่า ได้รับการดูแลมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และเขาใช้เวลาในการพัฒนาตัวเองเป็นเวลา 10 ปีในการเล่นฟุตบอลจนได้ขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับทีม วาสโก ดา กาม่า และทีมชาติบราซิล รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี

คูตินโญ่ถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่และลงเล่นนัดแรกในปี 2010 ก่อนที่จะถูกเรียกตัวติดชุดลุยศึกโคปาอเมริกา

null

จุดเริ่มต้นของ คูตินโญ่ ในฐานะนักเตะมืออาชีพกับสโมสรอาชีพ

อินเตอร์ มิลานในปี 2008 งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน พยายามดึงตัวคูตินโญ่ มาร่วมงานด้วยค่าตัวเพียง 4 ล้านยูโร แต่ก็ไม่สำเร็จเนื่องจาก วาสโก ดา กาม่า ต้องการตัวของ คูตินโญ่ ไว้ใช้งานและค่าตัวที่ได้น้อยเกินไปสำหรับราคานี้ แต่ในปี 2010 ยุค “เอล ราฟา” ราฟาเอล เบนิเตซ ที่ร่วมมือกับ มัสซิโม โมรัตติ ประธานสโมสร อินเตอร์ มิลานทาบทามตัวคูตินโญ่อย่างจริงจัง พร้อมการันตีกับ คูตินโญ่ ว่าจะมีอนาคตที่สดใสในสโมสรนี้อย่างแน่นอน ทำให้คูตินโญ่ตัดสินใจย้ายมาอยู่ ที่ทีมอินเตอร์ มิลานในที่สุด

เบนิเตซพูดถึงการย้ายมาเล่นของคูตินโญ่ในถิ่นซาน ซิโรของดาวรุ่งชาวบราซิลรายนี้

”  เขาเป็นดาวรุ่งตัวทีเด็ดที่เต็มไปด้วยคุณภาพ เขาสามารถเป็นตัวหลักให้กับทีมได้ในอนาคต หวังว่าเขาจะทำผลงานที่ดีให้กับเรา  “

null

#1 เกมแรกที่ประเดิมให้กับทีมอินเตอร์มิลาน

คือเกม ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ช่วงปลายเดือน สิงหาคม 2010 ด้วยการนั่งเป็นตัวสำรองในการเจอกับ แอตเลติโก มาดริด และมีส่วนร่วมกับศึกแชมป์ชนแชมป์นี้ใน 10 นาทีสุดท้าย ต่อมาเส้นทางในทีม อินเตอร์ มิลาน ดูเหมือนจะไม่ได้สวยงามเท่าไหร่ เนื่องจากตำแหน่งไปทับกับนักเตะระดับบิ๊กเนมอย่าง เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ จอมทัพ ชาวกังหันสีส้มชาวฮอลแลนด์ ช่วงครึ่งฤดูกาลหลังปี 2012 คูตินโญ่จึงต้องย้ายมาอยู่ สเปน กับ เอสปันญ่อล ด้วยสัญญาแบบยืมตัว

#2 เกมส์ที่เล่นให้กับเอสปันญ่อลในสัญญายืมตัว

ในวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2012 คูตินโญ่ได้ย้ายไปร่วมทีมเอสปันญ่อลด้วยสัญญาแบบยืมตัวจนจบฤดูกาล 2011-12 และต่อมา ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2012 คูตินโญ่ได้ลงเล่นนัดแรกให้กับเอสปันญ่อล ในนัดที่ เอสปันญ่อล เสมอกับ แอทเลติกบิลบาโอ 3-3

null

#3 ย้านมาอยู่กับลิเวอร์พูล

ในวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้ย้ายจาก อินเตอร์มิลาน มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 8.5 ล้านปอนด์ โดย คูตินโญ่ได้สวมใส่เสื้อหมายเลข 10

null

ฤดูกาล 2012-13 ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013

คูตินโญ่ได้ลงเล่นให้กับทีมลิเวอร์พูล เป็นครั้งแรก โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้าน พ่ายแพ้ เวสต์บรอมมิชอัลเบียนไป 0-2 ต่อมา ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกและทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ สวอนซีซิตี 5-0 ต่อมา ในวันที่ 2 มีนาคม ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้จ่ายบอลให้เพื่อนทำ 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ วีแกนแอธเลติก ที่ ดีดับเบิลยูสเตเดียม 4-0 ต่อมา ในวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้ทำประตูตีไข่แตกให้ ลิเวอร์พูล ไล่ เซาแทมป์ตัน มาเป็น 1-2 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-3 ต่อมา ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 นัดสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก คูตินโญ่ได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์ เอาชนะ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ 1-0 จบฤดูกาล คูตินโญ่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 3 ประตู จาก 13 นัด และได้จ่ายบอลให้เพื่อนทำประตู ได้ถึง 7 ลูก ด้วยผลงานที่ดีทำให้ คูตินโญ่ ได้รางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสโมสรลิเวอร์พูลประจำฤดูกาล 2012-13 ไปครอง ทำให้ คูตินโญ่ได้เป็นขวัญใจของสาวกเดอะค็อปได้อย่างเต็มตัว

ฤดูกาล 2013-14 Coutinho เจอกับ มาร์ค วิลสัน นักเตะของ สโตกซิตี ในพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2013–14
ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013-14 คูติญโญ่ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ชนะ 3 นัดติดต่อกัน (ชนะ สโตกซิตี 1-0, ชนะ แอสตันวิลลา 1-0 และชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 1-0) ต่อมา ในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2013 คูตินโญ่มีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ จากการปะทะกับ แอชลีย์ วิลเลียมส์ กองหลังของ สวอนซี ทำให้ต้องพักยาวถึงสิ้นเดือนตุลาคม ต่อมา ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล แพ้ให้กับ อาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์สเตเดียม 0-2 ต่อมา ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง ในนัดที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ฟูลัม 4-0 ต่อมา ในวันที่ 23 พฤศจิกายน ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้ทำประตูแรก ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสันพาร์ก 3-3 ต่อมา ในวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 2013 คูตินโญ่ได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ซิตี 1-0 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-2

ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 คูตินโญ่ได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดงลิเวอร์พูล เอาชนะ ฟูลัม ที่เครเวนคอตทิจ 3-2 ต่อมา ในวันที่ 30 มีนาคม ค.ศ. 2014 คูตินโญ่ได้ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 4-0 ต่อมา ในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2014 Coutinho ได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 3-2 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงและลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป ต่อมา ในวันที่ 11 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด เป็นนัดตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด และต้องลุ้นให้ เวสต์แฮมยูไนเต็ด เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่เอติฮัดสเตเดียม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก โดย ลิเวอร์พูล เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 2-1 แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ซิตี เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-0 ทำให้ ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเสียดาย จบฤดูกาล คูตินโญ่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 5 ประตูจาก 33 นัด ช่วยให้ หงส์แดง ได้อันดับ 2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้กลับไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกอีกครั้งนับตั้งแต่ในปี 2009

ฤดูกาล 2014-15 ในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2014

Coutinho ได้ลงสนามนัดแรกในพรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2014-15 ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เซาแทมป์ตัน 2-1 ต่อมา ในวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 2014 ลีกคัพ รอบสี่ คูตินโญ่ได้เปิดบอลให้ เดยัน ลอฟเรน ทำประตูชัย ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ สวอนซีซิตี 2-1 ต่อมา ในวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 2014 คูตินโญ่ได้ลงสนามเป็นตัวสำรอง และได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ ที่ลอฟตัสโรด 2-1 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะเอาชนะไป 3-2 ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2014 คูตินโญ่ได้ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ อาร์เซนอล 2-2

ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2015 Coutinho ได้จ่ายบอลให้เพื่อนทำ 2 ประตู ในนัดที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-0 ต่อมา ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ได้ตัดสินใจต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรลิเวอร์พูล ต่อมา ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 เอฟเอคัพ รอบสี่ นัดรีเพลย์ คูตินโญ่ได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ โบลตันวอนเดอเรอส์ ที่มาครอน สเตเดียม 2-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 5 เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแทมป์ตัน ที่เซนต์แมรีส์สเตเดียม 2-0 ต่อมา ในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 2-1 ต่อมา ในวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 2015 เอฟเอคัพ รอบหก นัดรีเพลย์ คูตินโญ่ได้ทำประตูชัยให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แบล็กเบิร์นโรเวอส์ ที่อีวู้ด ปาร์ค 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 2015 เอฟเอคัพ รอบรองชนะเลิศ คูตินโญ่ได้ทำประตูให้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แอสตันวิลลา 1-0 แต่สุดท้ายก็แพ้ไป 1-2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องตกรอบ เอฟเอคัพ ไปในที่สุด ต่อมา คูตินโญ่ ได้ติด 1 ใน 6 เข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ รวมถึงเข้าชิงราวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ในวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ นักเตะของลิเวอร์พูลคนเดียวที่ได้ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ ต่อมา ในวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ได้ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ควีนส์พาร์กเรนเจอส์ 2-1 ต่อมา ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 คูตินโญ่คว้า 4 รางวัลของสโมสรลิเวอร์พูล ได้แก่ รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล, รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ, รางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งปี จากลูกยิงไกล ในเกมกับ เซาแทมป์ตัน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และ รางวัลฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งปี ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ซิตี จากงานประกาศรางวัล Players’ Awards 2015 โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ เอ็คโค่ อารีน่า จบฤดูกาล คูตินโญ่ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 5 ประตูจาก 35 นัด

ฤดูกาล 2015-16 ในวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 2015

พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2015–16 หงส์แดง ลิเวอร์พูล บุกไปเยือนที่บริแทนเนียสเตเดียม เจอกับ สโตกซิตี หลังจากนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้วลิเวอร์พูลมาพ่ายแพ้สโตกซิตีที่นี่ 1-6 โดยคูตินโญ่ทำประตูชัยซัดไกลด้วยขวาประมาณ 25 หลาโค้งแฉลบปลายมือบัตแลนด์เสียบคานตุงตาข่ายสุดงามให้ลิเวอร์พูลเอาชนะ สโตกซิตี 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ล้างแค้นสำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 2015 Coutinho โดนใบแดงไล่ออกจากสนามเป็นครั้งแรกในฟุตบอลอาชีพ ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 0-3 ทำให้ คูตินโญ่ โดนแบนไป 1 นัด

ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ ยิง 2 ประตูให้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ 3-1 ต่อมา ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ คริสตัลพาเลซ 1-2 ต่อมา ในวันที่ 21 พฤศจิกายน ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีกและจ่ายบอลให้ โรแบร์ตู ฟีร์มีนู ทำประตูแรกในเสื้อของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่เอติฮัดสเตเดียม 4-1

ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 เอฟเอคัพ รอบสี่ นัดรีเพลย์ คูตินโญ่ทำประตูให้ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ตีเสมอ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 1-1 แต่สุดท้ายในช่วงต่อเวลาพิเศษก็แพ้ไป 1-2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องตกรอบ เอฟเอคัพ ไปในที่สุด ต่อมา ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2016 ฟุตบอลลีกคัพ 2016 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ โกชิญญูทำประตูตีเสมอ 1-1 ในช่วง 90 นาที ทำให้ต้องตัดสินในการยิงจุดโทษ Coutinho ยิงจุดโทษพลาดโดน วีลลี กาบาเยโร ผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ซิตี เซฟเอาไว้ได้ สุดท้าย ลิเวอร์พูล ก็เป็นฝ่ายแพ้ในการยิงจุดโทษ 1-3 ทำให้ ลิเวอร์พูลพลาดโอกาสคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกคัพ อย่างน่าเสียดาย ต่อมา ในวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2016 ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง คูตินโญ่ ทำประตูแรกในยูฟ่ายูโรปาลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด 1-1 รวมผลสองนัด หงส์แดง ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่ายูโรปาลีกได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 6 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ เซาแทมป์ตัน ที่เซนต์แมรีส์สเตเดียม 2-3 ในวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 7 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 1-1

ในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2016 ยูฟ่ายูโรปาลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง Coutinho ทำประตูที่ 2 ในยูฟ่ายูโรปาลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ โบรุสเซียดอร์ทมุนด์ 4-3 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่ายูโรปาลีกได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 8 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 4-0 ต่อมา ในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 คูตินโญ่คว้า 4 รางวัลของสโมสรลิเวอร์พูล ได้แก่ รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล, รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ, รางวัลประตูยอดเยี่ยมแห่งปี ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เมื่อเดือนมีนาคม และ รางวัลฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งปี ในเกมกับ แมนเชสเตอร์ซิตี จากงานประกาศรางวัล Players’ Awards 2015 โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ Exhibition Centre

null

ฤดูกาล 2016-17 ในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 2016

พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2016–17 ลิเวอร์พูล บุกไปเยือนที่เอมิเรตส์สเตเดียม เจอกับ อาร์เซนอล Coutinho ยิง 2 ประตูให้ ลิเวอร์พูล เอาชนะ อาร์เซนอล 4-3 ต่อมา ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2016 อีเอฟแอลคัพ รอบ 3 คูตินโญ่ทำประตูแรกในอีเอฟแอลคัพ ฤดูกาล 2016–17 ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ดาร์บีเคาน์ตี ที่ไพรด์พาร์ก 3-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 4 อีเอฟแอลคัพ ได้สำเร็จ ต่อมา ในวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ฮัลล์ซิตี 5-1 ต่อมา ในวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เวสต์บรอมมิชอัลเบียน 2-1 ต่อมา ในวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ หงส์แดง เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ วอตฟอร์ด 6-1

ผลการกับทีมชาติบราซิลของคูตินโญ่

ในปี 2011 Coutinho คูตินโญ่ ประสบความสำเร็จกับทีมชาติของเขาเป็นอย่างมาก เขามีส่วนทั้ง 7 เกม และทำได้ 3 ประตู ช่วยให้ทีมชาติบราซิล ยู-20 คว้าแชมป์โลก ยู-20 ที่โคลัมเบีย ได้สำเร็จ

ในวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 2014 คูตินโญ่ ถูกเรียกติดทีมชาติโดย ดุงกา หัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของทีมชาติบราซิลและได้ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตรกับ โคลอมเบีย และ เอกวาดอร์ ในเดือนกันยายน ที่สหรัฐอเมริกา ต่อมา ในวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดที่ บราซิล เอาชนะ ชิลี 1-0 ในเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตร ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ต่อมา ในวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2015 คูตินโญ่ ทำประตูแรกให้กับทีมชาติ ในนัดที่เอาชนะ เม็กซิโก 2-0

โคปาอเมริกา 2015

ในวันที่ 5 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 ทีมชาติบราซิลได้เรียกตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ติดรายชื่อชุดลุยศึกโคปาอเมริกา 2015 ลงเล่น 3 นัด พาทีมได้อันดับ 1 ของกลุ่มซี โดยบราซิลชนะ 2 แพ้ 1 (ชนะ เปรู 2-1, แพ้ โคลอมเบีย 0-1 และ ชนะ เวเนซุเอลา 2-1) ช่วยให้ บราซิล ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเจอกับ ปารากวัย แต่พ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษ 3-4 หลังเสมอ 1-1 ใน 90 นาที

โคปาอเมริกา เซนเตนาริโอ

ทีมชาติบราซิลเรียกตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ติดรายชื่อชุดลุยศึกโคปาอเมริกา เซนเตนาริโอ ที่สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 8 มิถุนายน ค.ศ. 2016 คูตินโญ่ ทำแฮตทริกให้กับ บราซิล ในนัดที่ บราซิล เอาชนะ เฮติ 7-1

รางวัลส่วนตัวฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (Philippe Coutinho Correia)

null

  • PFA Fans’ Player of the Month: กุมภาพันธ์ 2015
  • ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ: 2014–15
  • UEFA Europa League Squad of the Season: 2015–16
  • นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล: 2014–15, 2015–16
  • Liverpool FC Players’ Player of the Year: 2014–15, 2015–16
  • ประตูยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล: (2014–15: เจอกับ เซาแทมป์ตัน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2015), (2015–16: เจอกับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ในวันที่ 17 มีนาคม 2016)
  • ฟอร์มยอดเยี่ยมแห่งปี: (2014–15: เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในวันที่ 1 มีนาคม 2015), (2015–16: เจอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2015)
  • นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล: 2012–13
  • นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลจากสมาคมกองเชียร์ผู้พิการ: 2014–15, 2015–16
  • Liverpool Player of the Month Award (11): มีนาคม 2013, เมษายน 2013, ตุลาคม 2014, ธันวาคม 2014, มกราคม 2015, กุมภาพันธ์ 2015, เมษายน 2015, สิงหาคม 2015, พฤศจิกายน 2015, มีนาคม 2016, ตุลาคม 2016
  • ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของอีเอ สปอร์ตส์ (9): กุมภาพันธ์ 2015, มีนาคม 2015, เมษายน 2015, สิงหาคม 2015, ตุลาคม 2015, กุมภาพันธ์ 2016, มีนาคม 2016, สิงหาคม 2016, ตุลาคม 2016
    ก็ขอจบการพรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ความเป็นมาของ ยอดนักเตะดาวดังของทีมลิวเวอร์พูล อย่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (Philippe Coutinho Correia) แต่เพียงเท่านั้น หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือ อยากให้เราพรีวิวนอกสนาม ประวัตินักเตะ ความเป็นมาของนักเตะคนไหนก็สามารถแนะนำเข้ามาได้ และ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมานะทีนี้ด้วยนะค่ะ

ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ คู่ระหว่าง อินเตอร์ มิลาน VS ลาซิโอ

วิเคราะห์ คู่ระหว่าง อินเตอร์ มิลาน vs ลาซิโอ ในศึก กัลโซ่ เซียเรีย อา อิตาลี่

อินเตอร์ มิลาน vs ลาซิโอ
แข่งขันเวลา 02.45  22/12/59
สนาม: ซานซีโร หรือ สตาดีโอ จูเซปเปเม อัซซ่า
ความจุของสนาม:85,000
ภูมิอากาศ:ฟ้าใส แต่มีเมฆหนา
ถ่ายทอดสดช่อง:MACAU CABLE TV CHANNEL 1, MACAU CABLE TV CHANNEL 34,CCTV SPORTS EVENT CHANNEL,TVB NETWORK VISION 302 CHANNEL,BEIN SPORTS 1

อินเตอร์ มิลาน   ต่อ 0/0.5

สภาพความพร้อมของอินเตอร์มิลาน

ทางฝั่งเจ้าถิ่น อินเตอร์ มิลาน(งูใหญ่) ยังคงขาดตัวหลัก แกรี่ เมเดล (กองกลาง), สเตฟาน โยโวติช(กองหน้า) ที่มีอาการบาดเจ็บลงสนามช่วยทีมไม่ได้ และขาดกองกลางสองคนคือ ฟิลิปเป้ เมโล และ เจา มาริโอ้, ที่ติดโทษแบนลงสนามช่วยทีมในเกมนี้ไม่ได้เหมือนกัน แต่ในเกมนี้ เทรนเนอร์ ฟรังก์ เดอ บูร์ จัดทัพในเกมนี้ โดยมี  ผู้รักษาประตู  ซามีร์ ฮันดาโนวิช ปราการหลัง คู่เซ็นเตอร์ เจา มิลันดา จับคู่ กับ เฮย์ซอน มูริโย่ แดนกลาง สามประสาน มาร์เซโล่ โบรโซวิช  เจฟเฟร่ย์ กอนด็อกเบีย และ อันโตนิโอ คันเดรว่า ได้ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้หลังจาก ทำผลงาน ซัดประตู ทีม ซาสซูโอโร่ มา 1 ประตูต่อ 0  และยังมีนักเตะเสริมเกมรุกอย่าง สเตวาน โยเวติช เอแดร์ และตัวทีเด็ด อย่าง เมาโร อิคาร์ตี้ ที่ขณะนี้เป็น ดาวซัลโวสูงสุดของทีม ทียิงไปแล้ว 12 ประตูจาก 17 นัด จะล่าตาข่ายยิงประตูในเกมนี้

ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม 11 ตัวจริง 

inter-milan

อินเตอร์มิลาน  : (3-4-3) ซามีร์ ฮันดาโนวิช, ดานิโล่ ดิ อัมโบรซิโอ,เจา มิรานด้า,เฮย์ซอน มูริโย่,อันโตนิโอ คันเตรว่า,มาร์เซโล่ โบรโซวิช , เจฟเฟร่ย์ กอนด็อกเบีย ,เอแดร์,สเตวาน โยเวติช,เมาโร อิคาร์ตี้

สถิติผลการแข่งขัน  6 นัดหลังสุด ของเจ้าบ้าน อินเตอร์ มิลาน  เหย้า – เยือน
ผลงาน อินเตอร์ มิลาน (เหย้า)
อินเตอร์ มิลาน   2-0  เจนัว  (18/12/2016)
อินเตอร์ มิลาน  4-2   ฟิออเรนติน่า  (29/11/2016)
อินเตอร์ มิลาน  3-0  โครโตเน่  (07/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งในบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 3 ครั้ง และ  เสมอ 0  ครั้ง และ แพ้ 0  ผลรวม ทำประตูได้  9 ลูก และเสีย 2 ประตู

ผลงาน อินเตอร์ มิลาน   (เยือน)
อินเตอร์ มิลาน   1-0 ซัสซูโอโล่ (18/12/2016)
อินเตอร์ มิลาน   0-3 นาโปลี  (03/12/2016)
อินเตอร์ มิลาน   2-2 เอซี มิลาน (21/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งนอกบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง มีทีเด็ดที่ชนะได้เพียงแค่ชนะ 1 ครั้งเท่านั้น เสมอ 1 ครั้ง และ แพ้ 1 ครั้ง  ผลรวมทำประตูได้ 3 ลูก และ เสีย 5 ประตู

สภาพความพร้อมของลาซิโอ

ทางฝั่งทีมเยือน ลาซิโอ(อินทรี ฟ้า-ขาว) ในเกมนี้ สภาพทีมก่อนไปเยือนในเกมนี้ ไม่น่าจะมีปัญหา แค่ยังต้องรอแนวรับอย่าง สเตฟาน ราดู กองหลังตัวเก๋า วัย 30 ปี ทีทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในเกมที่เจอกับ ทีมฟิออเรนติน่า ยิงประตู ลูกสุดท้าย ในเกมนั้น ทำให้ทีมเอาชนะไปได้ 3 ประตูต่อ 1  และกองหน้าตัวหลัก ทำประตูให้ทีมนำจากจุดโทษในนัดที่แล้ว อย่าง เกอิต้า บัลเด้ ที่ยังต้องรอการทดสอบความฟิตว่าจะได้ลงช่วยทีมในเกมนี้ได้หรือไม่ ส่วนการวางหมากตัวผู้เล่น ของ กุนซือคนเก่ง ชิโมเน่ อินซากี้ โดยใช้ ผู้รักษาประตู เฟเดริโก้ มาร์เค็ตติ ส่วนแนวรับปรับใช้ สเตฟัน เดอ ไฟร ,วัลเลช และบาสโตส  ส่วนแดนกลางสามประสานจะใช้  ลูคัส บีย่า,มาร์โก ปาโรโล่ ,เฟลิเป้, ลิคาร์โด้ คิชน่า ที่จะคอยช่วยสร้างสรรค์เกมช่วยส่งบอลให้ หน้าเป้า ตัวทีเด็ดของทีมอย่าง ชิโร่ อิมโม บิเล่ ที่ลงเล่น 17 นัด ยิงไปได้ 9 ประตู

ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม 11 ตัวจริง  

lazio

ลาซิโอ: (4-3-3) เฟเดริโก้ มาร์เค็ตติ,บาสโตส,สเตฟัน เดอ ไฟร,วัลเลช,เซนาด ลูลิค,มาร์โก ปาโรโล่,เฟลิเป้ อันแดร์สัน,ลูคัส บีย่า,เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช,ลิคาร์โด้ คิชน่า , กองหน้าตัวทีเด็ดอย่าง ชิโร่ อิมโม บิเล่

สถิติผลการแข่งขัน  6 นัดหลังสุด ทีมเยือน  ลาซิโอ    เหย้า – เยือน
ลาซิโอ  (เหย้า)
ลาซิโอ  3-1  ฟิออเรนติน่า  (19/12/2016)
ลาซิโอ  0-2  เอเอส โรม่า  (4/12/2016)
ลาซิโอ  3-1 เจนัว  (20/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งในบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 2 ครั้ง เสมอ 0 ครั้ง และ แพ้ 1 ครั้ง  ผลรวมทำประตูได้ 6 ลูก และ เสีย 4 ประตู

ลาซิโอ  (เยือน)
ลาซิโอ  1-2 ซามพ์โดเรีย (11/12/2016)
ลาซิโอ  0-1 ปาแลร์โม่ (27/11/2016)
ลาซิโอ  1-1 นาโปลี  (6/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งนอกบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 0 ครั้ง  เสมอ 1 ครั้ง และ แพ้ 2 ครั้ง  ผลรวมทำประตูได้ 2  ลูก และ เสีย 4 ประตู

สถิติที่น่าสนใจ ของทั้ง ทีม ระหว่าง อินเตอร์ มิลาน และ ลาซิโอ พบ กันทั้งหมด  36 ครั้ง อินเตอร์ มิลาน เอาชนะไปทั้งหมด 14 ครั้ง คิดเฉลี่ยเป็น(38.89%) และ อินเตอร์ มิลาน ทำได้แค่ เสมอ 12 ครั้ง คิดเฉลี่ยเป็น (33.33%) และผลงานที่พ่ายแพ้ 10 ครั้งเท่านั้น คิดเป็น (27.78%) ในราคาต่อรอง อินเตอร์ มิลาน : ชนะได้ 12 ครั้ง , เสมอ 2 ครั้ง,และ แพ้ 17 ครั้ง, ออกสูง(over)เต็มเวลา 17 ครั้ง, ออกต่ำ(under) เต็มเวลา 22 ครั้ง ,  ออกสูงครึ่งแรก (odd) 24 ครั้ง(half-game over) , ออกต่ำครึ่งแรก   9 ครั้ง  (half-game under)

สถิติ อินเตอร์ มิลาน พบกับ ลาซิโอ 5 ครั้งหลังสุด

(a)อินเตอร์มิลาน 2-0 ลาซิโอ(h)  02/05/2016
(h)อินเตอร์มิลาน 1-2 ลาซิโอ(a)  21/12/2015
(a)อินเตอร์มิลาน 2-1 ลาซิโอ(h)  11/05/2015
(h)อินเตอร์มิลาน 2-2 ลาซิโอ(a)  22/12/2014
(h)อินเตอร์มิลาน 4-1 ลาซิโอ(a)  11/05/2014

ผลงานทีเด็ดวันนี้อย่าง อินเตอร์ มิลาน พบ กับ ลาซิโอ (เหย้า-เยือน) ทำได้ ชนะ 3 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง และ แพ้ไปแค่ 1 ครั้ง เท่านั้น

สถิติที่พบกันระหว่าง อินเตอร์ มิลาน vs ลาซิโอ ทีเด็ดจะอยู่ที่ทีมไหนมาดูกัน

อินเตอร์ มิลาน (งูใหญ่) ในเกมนี้ เปิดบ้าน ฟอร์มที่ผ่านมาทำผลงานได้ยอดเยี่ยม โดย นัดล่าสุดบุกไปเอาเอาชนะ ทีม ซัสซูโอโล่ ถึงถิ่น ประตูต่อ และ สถิติ นัดหลังสุดของทีม อินเตอร์ มิลาน ทำผลงาน ชนะไปถึง นัด ทำได้แค่เสมอ นัด และพ่ายแพ้แค่ นัด เท่านั้น ทำให้ อินเตอร์ มิลาน รั้งอันดับ ผลรวมการแข่งขันทั้งหมด นัด ทำประตูได้ ประตู และ เสียประตู ประตู ทำให้ใน ขณะนี้ ทีม อินเตอร์ มิลาน มีอยู่ คะแนน ทางฝั่งทีมเยือน ลาซิโอ (อินทรี ฟ้า-ขาว) ฟอร์มที่ผ่านมาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมไม่น้อยเช่นกัน โดย กุนซือคนเก่ง ชิโมเน่ อินซากี้ ของ ลาซิโอ พาทีมนัดล่าสุด สามารถบุกเอาชนะ ทีม ฟิออเรนติน่าไปได้ถึง ประตูต่อ ในบ้านของตัวเอง และสถิติ นัดหลังสุดของ ทีม ลาซิโอ ทำผลงาน ชนะ ครั้ง เสมอ ครั้ง และแพ้ไป ครั้ง ทีม ลาซิโอ ผลรวม การแข่งขันทั้งหมด นัด ทำประตูได้ ประตู และ เสีย ประตู ทำให้ ทีม ลาซิโอ รั้งอันดับ 4 ของตาราง ณ ขณะนี้ มี 34 คะแนน

ในเกมนี้ ทีม อินเตอร์ มิลาน เปิดบ้าน ต้อนรับการ มาเยือน ของ ทีม ลาซิโอ แต่ถ้าดูจากสถิติการพบกัน อินเตอร์มิลาน เอาชนะ ลาซิโอ ไปถึง 3 ครั้ง อินเตอร์ มิลาน เสมอ กับ ลาซิโอ 1 ครั้ง และ อินเตอร์ มิลาน พ่ายแพ้ ลาซิโอ แค่ 1 ครั้ง เท่านั้น และ อินเตอร์มิลานในช่วงนี้ฟอร์มค่อนข้างที่จะร้อนแรงมาก เพราะพวกเขาทำผลงาน เก็บชัยชนะ มาแล้ว 4 นัดติดทุกรายการแข่งขัน และความได้เปรียบ เล่นในบ้าน “คาดว่า เกมนี้ ทีเด็ดวันนี้อยู่ที่ทีมงูใหญ่เจ้าถิ่นเบียดเอาชนะทีมเยือนอินทรีฟ้า-ขาวได้แน่นอน”

ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS อาร์เซน่อล

วิเคราะห์ คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ซิตี้ VS  อาร์เซน่อล ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

แมนเชสเตอร์ ซิตี้   VS  อาร์เซน่อล
แข่งขันเวลา 23.00 18/12/59
สนาม: เอติฮัด สเตเดียม
ถ่ายทอดสดช่อง : CCTV5,GDTV2,ASTRO SUPERSPORT3,HK NOW621,(HD)MIO STADIUM,BEIN SPORTS 1 (Indovision)

แมนเชสเตอร์ซิตี้   ต่อ 0/0.5

ท่านสามารถดูไฮไลท์ฟุตบอลย้อนหลัง พรีวิวก่อนเตะได้ที่ Ballzaap.com

%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%b5%e0%b9%89

 

สภาพความพร้อมของแมนเชสเตอร์ซิตี้

ทางฝั่งเจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้(เรือใบสีฟ้า) สภาพทีมค่อนข้างมีปัญหา กุนซือ เป็ป กวาร์ดิโอล่า คิดหนัก เพราะยังคงขาดตัวหลัก ก็อมปานี,อินคาย กุนโดกัน,ฟาเบียน เดลส์ ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด และ ยังขากตัวทีเด็ดอย่างเซร์คิโอ อเกวโร ,แฟร์นานดิญโญ่, ที่ติดโทษแบน ส่วนในเกมนี้ต้องปรับแผนโดยจะส่ง  ผู้รักษาประตูมือ 1  เคลาดิโอ บราโว่ ปราการหลัง คู่เซ็นเตอร์จะใช้ นิโกลัส โอตาเมนตี้ จับคู่ประสานงาน กับ จอห์น สโตนส์ แดนกลางจะได้ ย่าย่า ตูเร่ กลับมาร่วมทีมประสานงานกับ เฟร์นันโด และนักเตะเสริมเกมรุกจะใช้ เควิน เดอ บรูย์น , ราฮิม สเตอริง และ ดาบิด ซิลบา เติมเกมรุกให้กับ เคเลซี ไอเฮอานาโช ล่าตาข่ายในเกมนี้

ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม 11 ตัวจริง (เหย้า-เยือน)

แมนเชสเตอร์  ซิตี้  : เคลาดิโอ บราโว่,บาการี่ ซาญ่า,จอห์น สโตนส์,นิโกลัส โอตาเมนตี้,อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ,เฟร์นังดู,ยาย่า ตูเร่,ดาบิด ซิลบา,เควิน เดอ บรูย์น,ราฮิม สเตอริง,เคเลซี ไอเฮอานาโช

สถิติ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบกับ อาร์เซน่อล 5 ครั้งหลังสุด
(a)แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-3 อาร์เซน่อล(h)  08/08/2016
(h)แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-2 อาร์เซน่อล(a)  08/05/2016
(a)แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-2 อาร์เซน่อล(h)  22/12/2015
(h)แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 อาร์เซน่อล(a)  18/01/2015
(a)แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-2 อาร์เซน่อล(h)  13/09/2014

ผลงาน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ กับ อาร์เซน่อล (เหย้า-เยือน) ทำได้ เสมอ 1 ครั้ง และ แพ้ไปถึง 4 ครั้ง

สถิติผลการแข่งขัน  6 นัดหลังสุด ของเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้  เหย้า – เยือน


ผลงาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เหย้า)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้    2-0  วัดฟอร์ด  (15/12/2016)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้     1-3  เชลซี    (03/12/2016)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้   1-1  มิดเดิ้ลสโบรห์ (05/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งในบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 1 ครั้ง และ  เสมอ 1  ครั้ง และ แพ้ 1  ผลรวม ทำประตูได้ 4 ลูก และเสีย 4 ประตู

ผลงานแมนเชสเตอร์ซิตี้(เยือน)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้   2-4 เลสเตอร์ ซิตี้  (11/12/2016)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้   2-1 เบร์นลี่ย์  (26/11/2016)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้   2-1 คริสตัล พาเรช (19/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งนอกบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 2 ครั้ง และ แพ้ 1 ครั้ง  ผลรวมทำประตูได้ 6 ลูก และ เสีย 6 ประตู

 

%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5

สภาพความพร้อมของอาร์เซน่อล

ทางฝั่งทีมเยือน อาร์เซน่อล(ปืนใหญ่) ภายใต้การคุมทีมของ อาแซน แวนเกอร์  ในนัดนี้สภาพทีมไม่ค่อยสมบรูณ์เช่นกัน จะยังคงขาด นักเตะ อย่าง ชโคตราน มุสตาฟี ,ยาย่า ซานาโก้,ซานติ กาซอร์ล่า,มาติเยอ เดอบุซซี และ ชูบา อัคปอม ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด ส่วน แดนนี่ เวลเบ็ค และ แพร แมร์เตซัคเกอร์ ถึงจะลงซ้อมได้แต่สภาพร่างกายก็ยังไม่สมบูรณ์ ที่จะลงช่วยทีมในเกมนี้ แต่ไม่น่ามีปัญหา จะส่ง นายทวารมือหนึ่ง ปีเตอร์เช็ก เฝ้าประตู ส่วนปราการหลังตัวหลักคู่เซนเตอร์จะเป็น กาบรีแอล เปาริสตา จับคู่กับ โลรองต์ กอสเซียลนี่ แดนกลางจะใช้ ฟรานวิส โคเกอแลง ประสานงานกับ กรานิต จากา และ เมซุต โอซิล(เพลย์ เมกเกอร์) ,ธีโอ วัลค็อตต์,อเล็กซ์  อิโวบี้ จะคอยเสริมเกมรุกช่วยทีม และหัวหอกตัวจิ๊ด ตัวทีเด็ด อเล็กซ์ซิส ซานเชช ทำประตูในเกมนี้

ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม 11 ตัวจริง (เหย้า-เยือน)อาร์เซน่อล :ปีเตอร์ เช็ก,เอคตอร์ เบเยริน,กาบรีแอล เปาริสตา,โลรองต์ กอสเซียลนี่,นาโช่ มอนเรอัล,ฟรานวิส โคเกอแลง,กรานิต จากา,เมซุต โอซิล,ธีโอ วัลค็อตต์,อเล็กซ์  อิโวบี้,แต่ยังมีหัวหอกหน้าเป้าตัวทีเด็ดของอาร์เซน่อลอย่างอเล็กซ์ซิส ซานเชช


สถิติผลการแข่งขัน  6 นัดหลังสุด ทีมเยือน  อาร์เซน่อล    เหย้า – เยือน

ผลงานอาร์เซน่อล(เหย้า)
อาร์เซน่อล    3-1  สโต๊ค ซิตี้ (10/12/2016)
อาร์เซน่อล  0-2  เซาแธมป์ตัน  (1/12/2016)
อาร์เซน่อล  3-1 บอร์นมัธ  (27/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งในบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 2 ครั้ง แพ้ 1 ครั้ง  ผลรวมทำประตูได้ 6 ลูก และ เสีย 4 ประตู

ผลงานอาร์เซน่อล (เยือน)
อาร์เซน่อล  1-2 เอฟเวอร์ตัน (14/12/2016)
อาร์เซน่อล  5-1 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (4/12/2016)
อาร์เซน่อล  1-1 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  (19/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งนอกบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 1 ครั้ง  เสมอ 1 ครั้ง และ แพ้ 1 ครั้ง  ผลรวมทำประตูได้ 7  ลูก และ เสีย 4 ประตู

 

สถิติที่น่าสนใจ ของทั้ง 2 ทีม ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล พบ กันทั้งหมด  35 ครั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาชนะไปทั้งหมด 9 ครั้ง คิดเฉลี่ยเป็น(25.71%) และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้แค่ เสมอ 7 ครั้ง คิดเฉลี่ยเป็น (20.00%) และผลงานที่พ่ายแพ้ 19 ครั้งเท่านั้น คิดเป็น (54.29%) ในราคาต่อรอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : ชนะได้ 13 ครั้ง , เสมอ 4 ครั้ง,และ แพ้ 16 ครั้ง, ออกสูง(over)เต็มเวลา 19 ครั้ง, ออกต่ำ(under) เต็มเวลา 17 ครั้ง ,  ออกสูงครึ่งแรก (odd) 25 ครั้ง(half-game over) , ออกต่ำครึ่งแรก   9 ครั้ง  (half-game under)

 

สถิติที่พบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ซิตี้   vs อาร์เซน่อล  ทีเด็ดจะอยู่ที่ทีมไหนมาดูกัน

ในนัดสำคัญนี้ แน่นอนว่า ทางฝั่งเจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (เรือใบสีฟ้า) ผู้จัดการทีมใหญ่ อย่าง ชูเชป กวาร์ดีโอลา ต้องการเก็บ ชัยชนะในนัดนี้  ใน สนาม เอติฮัด สเตเดียม แต่สถิติที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้  6 นัดหลังติด โดยทำผลงานโชว์ฟอร์ม โดยทำผลงาน ชนะ 3 นัด เสมอ 1 นัด และพ่ายแพ้ 2 นัด (เหย้า-เยือน) และจากผลงาน ล่าสุดที่เอาชนะ  ทีม วัดฟอร์ด ในถิ่น) 2 ประตูต่อ 0 ในศึกพรีเมียร์ลีก ที่ผ่านมา ทำให้พวกเค้าได้ความมั่นใจกลับมาหลังจาก ไปพ่ายแพ้ เละเทะ จากการไปเยือน กับ ทีม เลสเตอร์ ซิตี้ 4 ประตูต่อ 2 ทำให้พวกเค้าต้องแบ่งแต้ม กันไป คนละ 1 แต้ม ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนี้ แข่งทั้งหมด 16 ครั้ง มี 33 คะแนน ทำประตูรวมได้ 34 ประตู และเสีย 19 ประตู รั้งอันดับ  4 ในลีกขณะนี้ ส่วนทางด้านฝั่งทีมเยือน อาร์เซน่อล(ปืนใหญ่) บอสใหญ่ อาแซน แวนเกอร์  กุนซือชาวฝรั่งเศส ในเกมนี้ต้องการชัยชนะ กลับบ้าน จากการบุกไปเยือน และสถิติที่ผ่านมาของ อาร์เซน่อล 6 นัดหลังติด ผลงานโชว์ฟอร์มทำผลงาน ชนะ 3 นัด เสมอ 1 นัด และพ่ายแพ้ 2 นัด(เหย้าเยือน และจากผลงานล่าสุดพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับ “ท็อฟฟี่ สีน้ำเงิน” ทีม เอฟเวอร์ตัน 1 ประตูต่อ 2 ที่ผ่านมา  ทำให้ไม่ได้ขึ้นไปรั้งจ่าฝูง อาร์เซน่อลในขณะนี้ แข่งทั้งหมด 16 ครั้ง ทำประตูรวมได้ 37 เสีย 17 ประตู รั้งอันดับ 3 ในลีกขณะนี้

แน่นอนว่า ทั้ง เจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล ก็ลุ้นแชมป์ลีกใน ฤดูกาลนี้ แต่จากสถิติที่พบกันของทั้งคู่ ที่ผ่านมา 5 นัดหลังสุด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่เคยเอาชนะ อาร์เซน่อลได้เลย เหย้า และ เยือน โดยพ่ายแพ้ให้กับ อาร์เซน่อล ไปถึง 3 ครั้ง และ ทำได้แค่เสมอ 2 ครั้ง และในเกมนี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีปัญหากับนักเตะ ตัวหลักที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บและ ติดโทษแบน ทำให้ทีมในวันนี้ ไม่เต็มร้อย ถึงจะได้เปรียบเล่นในถิ่นของตัวเอง แต่ในนัดนี้ ทีเด็ดอย่าง อาร์เซน่อล จัดทัพมาด้วยความเชื่อมั่นว่าพวกเข้าจะกลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งจากการไปเยือนใน “เรือใบสีฟ้า” ในนัดนี้ เชื่อว่า ในแมตซ์นี้ (ปืนใหญ่) อาร์เซน่อลมีทีเด็ด บุกตั้งแต่ต้นเกม เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถึงถิ่น ได้แน่นอน

ทีเด็ดฟุตบอลในวันนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS ท๊อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส

วิเคราะห์ คู่ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS  ท๊อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด VS  ท๊อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส
แข่งขันเวลา 21.15  วันที่ 11/12/59
พรีเมียร์ ลีก
สนาม: โอลด์ แทรฟฟอร์ด
ถ่ายทอดสดช่อง: KOREA SBS ESPN,ASTRO SUPERSPORT 3,HK NOW 621,(HD)MIO STADIUM,BEIN SPORTS 1 (Indovision)
 
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ต่อ 0/0.5
 
ท่านสามารถดูไฮไลท์ฟุตบอลย้อนหลัง พรีวิวก่อนเตะได้ที่ Ballzaap.com
 
%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%ad%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%ae%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a-1

สภาพความพร้อมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทางฝั่งเจ้าบ้าน แมนยู (ปีศาจแดง) ในนัดสำคัญนี้ ผู้จัดการทีมใหญ่ โซเช่ มูรินโญ่ ต้องการ ชนะ 3 แต้มในบ้าน โดยจัดขุมกำลังสู้ศึก จัดระบบ ( 4-5-1) โดยวางนักเตะ  ผู้รักษาประตูจะเป็น  ดาบิด เด เคอา และข่าวดีจะได้ปราการหลังตัวหลัก เอริก ไบยี่ ได้ลงเป็นตัวจริงหลังหายจากอาการบาดเจ็บ และกองหลังตัวหลักที่ลงพร้อมหน้า อย่าง หลุยส์ อันโตนีโอ วาเลนเซีย ,มัตเตโอ ดาร์มีอัน ,มาร์โกส โรโค กองกลางจะเป็น ไมเคิ่ลคาร์ริค ,ฆวน มานูเอล มาต้า,ประสานงานเกมรุกกับ พอล ป็อกบาร์ เฮนริค มคิตาร์ยาน ลงเป็นตัวจริงหลังโชว์ฟอร์มได้ดีในนัดที่แล้ว ที่ยิงประตูแรก ยิงลูกแรกในสีเสื้อ และเอาชนะมาได้ 2-0 จากการไปเยือน ในศึก ยูโรป้า ประสานงาน กับ อันเดร์ เอร์เรร่า และ ชลาตัน อิบราฮิโมวิช  ยืนหน้าเป้าล่าตาข่าย ในเกมนี้

ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม 11 ตัวจริง (เหย้า)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ( 4-5-1)  ดาบิด เดเค อาร์,หลุยส์ อันโตนีโอ วาเลนเซีย ,มัตเตโอ ดาร์มีอัน ,มาร์โกส โรโค,ไมเคิ่ลคาร์ริค ,ฆวน มานูเอล มาต้า,พอล ป็อกบาร์ เฮนริค มคิตาร์ยาน,อันเดร์ เอร์เรร่า,ชลาตัน อิบราฮิโมวิช

สถิติผลการแข่งขัน  6 นัดหลังสุด ของเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  เหย้า – เยือน

ผลงาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เหย้า)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด   4-1 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด  (31/11/2016)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  1-1 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด    (27/11/2016)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-0 เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม (24/11/2016)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด   1-1 อาร์เซน่อล (19/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งในบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 4 ครั้ง ชนะ 2 ครั้ง และ  เสมอ 2 ครั้ง (ไม่แพ้ใครในบ้าน) ผลรวม ทำประตูได้ 10 ลูก และเสีย 3 ประตู

ผลงาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เยือน)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด   2-0 ซอร์ย่า (8/12/2016)
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด   1-1 เอฟเวอร์ตัน (4/12/2016)

ผลรวมจากการแข่งนอกบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 2 ครั้ง ชนะ 1 ครั้ง และ เสมอ 1 ครั้ง (ไม่แพ้ใครนอกบ้าน) ผลรวมทำประตูได้ 3 ลูก และ เสีย 1 ประตู

 
Tottenham Hotspur's English striker Harry Kane celebrates after scoring their third goal from the penalty spot during the English Premier League football match between Tottenham Hotspur and West Ham United at White Hart Lane in London, on November 19, 2016. Tottenham won the game 3-2. / AFP PHOTO / Ian KINGTON / RESTRICTED TO EDITORIAL USE. No use with unauthorized audio, video, data, fixture lists, club/league logos or 'live' services. Online in-match use limited to 75 images, no video emulation. No use in betting, games or single club/league/player publications. /

สภาพความพร้อมของ ท๊อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส

ทางฝั่งทีมเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ (ไก่เดือยทอง) บอสใหญ่ เมาริซิโอ่ โปเซตติโน่ ในนัดนี้ก็วางแผนใช้ระบบ( 4-5-1) จัดขุมกำลังสู้ศึกการไปเยือนในนัดนี้ เช่นกัน นักเตะส่วนใหญ่ตัวหลักน่าจะใช้ชุดที่ไล่ถล่ม ทีม ซีเอสเคเอ มอสโก 3-1 ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี่ยนลีก โดยส่ง ผู้รักษาประตูจะเป็น   อูโก้ โยริส ส่วนทางด้าน โทบี้ อันเดอร์ ไวเรลด์ กองหลังตัวหลัก ยังไม่มีชื่อเป็นตัวจริงในนัดนี้ แต่จะส่ง กองหลัง ไคล์วอร์คเกอร์ ,ยานแฟร์ทองเก้น,เควิน วินเมอร์ และ เอริค ไดออร์ ส่วนกองกลาง จะเป็น โมอัสซ่า เดมเบเล่,วิกเตอร์ วานยามา ประสานงานกับ ซอง-ฮึง มิน และ เดลี อัลลี กองหน้าเป้าเพชฌฆาตยังคงเป็น แฮรรี่เคน ทำประตูในเกมนี้

 

ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม 11 ตัวจริง (เยือน)

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ( 4-5-1) อูโก้ โยริส,ยาน แฟร์ทองเก้น,ไคล์ วอล์กเกอร์,เควิน วินเมอร์,เอริก ไดเออร์,โมอัสซา เดมเบเร่,วิกเตอร์ วานยามา,คริสเตียน ดิ อิริคเซ่น,ซองฮึงมิน,เดลี อัลลี่,แฮรรี่ เคน

สถิติผลการแข่งขัน  6 นัดหลังสุด ทีมเยือน  ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส  เหย้า – เยือน

ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส (เหย้า)
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส  3-1  ซีเอสเค มอสโก (7/12/2016)
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส 5-0 สวอนซี (3/12/2016)
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส 3-2 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด  (19/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งในบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง ชนะ 3 ครั้ง (ไม่แพ้ใครในบ้าน) ผลรวมทำประตูได้ 11 ลูก และ เสีย 3 ประตู
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส (เยือน)
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส 1-2 เชลซี (26/11/2016)
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส 1-2 โมนาโก (22/11/2016)
ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส 1-1 อาร์เซน่อล  (6/11/2016)

ผลรวมจากการแข่งนอกบ้าน 6 นัดหลังสุด ทั้งหมด 3 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง และ แพ้ 2 ครั้ง (ไม่ชนะใครนอกบ้าน) ผลรวมทำประตูได้ 3  ลูก และ เสีย 5 ประตู

 

สถิติที่น่าสนใจ ของทั้ง ทีม ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส

พบ กันทั้งหมด  33 ครั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะไปถึง 21 ครั้ง คิดเฉลี่ยเป็น(63.64%) และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำได้แค่ เสมอ 9 ครั้ง คิดเฉลี่ยเป็น (27.27%)และผลงานที่พ่ายแพ้แค่ 3 ครั้งเท่านั้น คิดเป็น (9.09%) ในราคาต่อรอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : ชนะ 13  , เสมอ 4, แพ้ 13 , ออกสูง(over)เต็มเวลา 17 ครั้ง, ออกต่ำ(under) เต็มเวลา 18 ครั้ง ,  ออกสูงครึ่งแรก (odd) 21 ครั้ง(half-game over) , ออกต่ำครึ่งแรก   10 ครั้ง  (half-game under)

สถิติที่พบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด   vs ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์  ทีเด็ดจะอยู่ที่ทีมไหนมาดูกัน

ในนัดสำคัญนี้ แน่นอนว่า ทางฝั่งเจ้าถิ่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ปีศาจแดง) กุนซือ โซเช่ มูรินโญ่ ต้องการเก็บ แต้มใน สนาม โอลด์แทรฟฟอร์ด และสถิติที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ใครเลยในลีก มา นัดติดต่อกันแล้ว โดยทำผลงานโชว์ฟอร์ม ค่อนข้างดี โดยทำผลงาน ชนะ นัด และ เสมอ นัด (เหย้า-เยือน) และจากผลงาน ล่าสุดที่บุกไปชนะ ทีม ซอร์ย่า ที่ (ยูเครน) ถึงถิ่น ประตูต่อ ในศึกแชมป์เปี่ยนลีก ที่ผ่านมา ทำให้พวกเค้าได้แสดงศักยาภาพให้เห็นแล้วว่า ทุกนัดที่พวกเค้าเล่น ทำได้ดี และน่าจะเอาชนะได้ทุกนัด อย่างนัดล่าสุดที่ ไปเยือน ทีม เอฟเวอร์ตัน ที่พวกเค้าก็เล่นได้ดี แต่ก็ถูกตีเสมอ โดยการเสียจุดโทษในนาทีสุดท้าย ทำให้พวกเค้าต้องแบ่งแต้ม กันไป คนละ 1 แต้ม ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนี้ แข่งทั้งหมด 14 ครั้ง มี 21คะแนน รั้งอันดับ 6 ส่วนทางด้านฝั่งทีมเยือน ท็อตแนมฮ็อต สเปอร์ส (ไก่เดือยทอง) บอสใหญ่ เมาริซิโอ่ โปเซตติโน่ ก็ให้ความสำคัญใน แมตซ์ สำคัญ ที่ต้องไปเยือน ถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด จากผลงานล่าสุด ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส จากผลงาน 6 นัดหลังสุดในลีก จากการโชว์ฟอร์มทำผลงานของตัวเองได้ดี ในนัดที่ไล่ถล่ม เอาชนะ ซีเอสเคเอ มอสโก ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี่ยนลีกมาได้ 3 ประตูต่อ 1 ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส ทำผลงานได้ดีในบ้านของตัวเอง ชนะ3 ครั้ง จากการแข่งทั้งหมด 3 ครั้งในบ้าน แต่สถิติจากการออกไปเยือน ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แข่งทั้งหมด 3 นัด ทำผลงาน  เสมอ 1 ครั้ง และ แพ้ 2 ครั้งติดต่อกัน โดยแพ้ให้ เชลซี 1-2 และ โมนาโก 1-2แต่ผลงานรวมพวกเค้าก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด เพราะในลีกตอนนี้ แข่งมาแล้ว 14 ครั้ง มี 27 คะแนน รั้งอันดับ 5 ในขณะนี้

 

เกม บิ๊กแมตซ์ นี้น่าจะสู้กันสนุก แต่ต้องบอกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ปีศาจแดง)ที่เรียกฟอร์มและความมั่นใจของตัวเองกลับมาได้และเล่นต่อหน้าแฟนบอกของตัวเองในนัดนี้ คาดว่า ทีเด็ด อย่าง ปีศาจแดง จะเอาชนะทีมเยือน ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส (ไก่เดือยทอง)ในเกมนี้ ได้อย่างแน่นอน

ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ เรอัล มาดริด VS โบรุซเซีย ดอร์ทมุน

บทวิเคราะห์ ทีเด็ด ก่อนเกมส์ วันนี้ คู่ระหว่าง เรอัล มาดริด VS  โบรุซเซีย ดอร์ทมุน

เรอัล มาดริด  VS  โบรุซเซีย ดอร์ทมุน  แข่งขันเวลา 02:45  8/12/59
ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบแบ่ง กลุ่ม F)
สนาม ซานเตียโก เบร์นาเบว
ผู้ตัดสินในเกมนี้: ซีม่อน มาร์เซียเนี๊ยค (ชาวโปแลนด์)
ถ่ายทอดสดช่อง CABLE TV 61 ,TDM(sport),CABLE TV 201,ASTRO SUPERSPORT,EURO SPORT,KOREA SPO TV,BEIN SPORTS 1 (Indovision)

เรอัล มาดริด   ต่อ 0.5

สามารถดู ไฮไลท์ฟุตบอลย้อนหลัง ได้ที่ ไฮไลท์ฟุตบอล ไฮไลท์บอล Real Madrid vs Borussia Dortmund ไฮไลท์ เรอัล มาดริด vs โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 2-2

cristiano-ronaldo-2014-real-madrid

สภาพความพร้อมของ เรอัล มาดริด

ทางฝั่งเจ้าบ้าน เรอัล มาดริด (ราชันชุดขาว) ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงมากในตอนนนี้ หลังจากเกม 5 นัดยังไม่แพ้ใครเลย  แต่ในนัดนี้จะขาดหัวหอกปีกเทพวานรอย่าง แกเร็ทเบล ที่มีอาการบาดเจ็บ ข้อเท้า ซึ่งยังไม่หายดี ส่วน โทนี่โคลส ,อัลบาโร่ โมราด้า ที่ยังไม่ผ่านทดสอบความฟิต ลงช่วยทีมในนัดนี้ไม่ได้เช่นกัน และขุมกำลังที่จะลงสนามในนัดนี้ ผู้รักษาประตูจะเป็น  เคย์เลอร์ นาบาส ปราการหลังเซนเตอร์จะเป็น ราฟาเอล วาราน จับคู่กับ เซร์คิโอ รามอส กองกลางสามประสาน มาเตโอ โควาซิช ลูก้า โมดริช , และ กาเซมิโร่ ในแดนหน้า ลูกัส บาซเกวซ,คาริม เบนเซมา และ ตัวทีเด็ดอย่าง คริสติโน่ โรนัลโด ล่าตาข่าย

รายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ของ เจ้าบ้าน  เรอัล มาดริด
เรอัล มาดริด (4-3-3) : เกย์เลอร์ นาบาส – ดาเนี่ยล การ์บาฆัล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เชโล่ – มาเตโอ โควาซิช, กาเซมิโร่, ลูก้า โมดริช – ลูกัส บาซเกวซ, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สถิติผลการแข่งขัน  5 นัดหลังสุด ของเจ้าบ้าน เรอัล มาดริด     เหย้า – เยือน
เรอัล มาดริด เปิดบ้าน แข่งทั้งหมด  2 นัด  ชนะ ลิเกีย 5-1 และ ชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 2-1 ผลรวม ทำประตู  ได้ 8 ลูก เสีย 2 ลูก  มี 6 คะแนน
เรอัล มาดริด ออกไปเยือน- แข่งทั้งหมด 3 นัด ชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 2-1 เสมอ ลิเกีย 3-3 และ เสมอ ดอร์ทมุน 2-2 ผลรวม ทำประตู ได้ 6 ลูก เสีย 2 ลูก  มี 5 คะแนน

442f4f148a0343914324f9aefa3e562d

สภาพความพร้อมของ โบรุซเซีย ดอร์ทมุนด์ด

ทางฝั่งทีมเยือน โบรุซเซีย ดอร์ทมุนด์ (เสือเหลือง) โธมัส ทูเซิ่ล เทรนเนอร์ ของทีม “เสือเหลือง”ที่พาทีม โชว์ฟอร์มเก็บชัยชนะ 4 นัดติดในทุกรายการ และ ในเกมนี้จัดทัพสู้ศึก ต้องปรับแผน ใช้ระบบ 3-4-2-1 โดยมี ผู้รักษาประตูจะเป็น โรมัน เบอกี้ นายทวารมือ 1 และยังปรับใช้กองหลัง 3 ประสาน โดยให้ มาร์กบราทา ที่หายจากอาการบาดเจ็บลงสนาม พร้อม โซเครติส ส่วน มัทธิอัส กินเทอร์ นั่งสำรอง และให้ ลูคัส พิสเซ็ค และ มาร์เซล ชเมลเซอร์ เสริมหลัง แนวรุกจะใช้ มาร์โก รอยส์ จะได้ลงเป็นตัวจริง ช่วยเสริมทัพ กับ อุสมาน เดมเบเล่ หน้าเป้ายังคงเป็นตัวทีเด็ดอย่าง ปิแอร์ เอเมอริค โอมาเบยอง ทำประตูในเกมนี้

รายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริง ที่คาดว่าจะลงสนาม ของ ทีมเยือน  โบรุซเซีย ดอร์ทมุนด์
ดอร์ทมุนด์ (3-4-2-1) : โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ – โซเครติส, มัทธีอัส กินเตอร์, มาร์ก บาธรา – ลูคัส พิสเซ็ค, จูเลี่ยน ไวเกิ้ล, กอนซาโล่ กาสโตร, มาร์เซล ชเมลเซอร์ – อุสมาน เดมเบเล่, มาร์โก รอยส์ – ปิแอร์ ออบาเมย็อง

สถิติผลการแข่งขัน  5 นัดหลังสุด ของ  ทีม เยือน โบรุซเซีย ดอร์ทมุนด์  เหย้า – เยือน
โบรุซเซีย ดอร์ทมุน เปิดบ้าน  – แข่งทั้งหมด  3  นัด ชนะ ลิเกีย 8-4 และ ชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 1-0 และ เสมอ เรอัลมาดริด 2-2 ผลรวม ทำประตู ได้  13  ลูก  เสีย 5 ลูก  มี 7  คะแนน
โบรุซเซีย ดอร์ทมุน ออกไปเยือน-  แข่งทั้งหมด  2 นัด  ชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 2-1 ชนะ ลิเกีย วอร์ซอว์ 6-0 ผลรวม ทำประตู ได้  3   เสีย 1 มี  6 คะแนน

สถิติที่น่าสนใจ ของทั้ง 2 ทีม เรอัล มาดริด และ โบรุซเซียดอร์ทมุน พบ กันทั้งหมด  10 ครั้ง ชนะ 4 ครั้ง คิดเป็น(40.00%) , เสมอ 3 ครั้ง คิดเป็น (30.00%), แพ้ 3 คิดเป็น (30.00%) ในราคาต่อรอง เรอัลมาดริด : ชนะ 4  ครั้ง, เสมอ 0 ครั้ง, แพ้ 4 ครั้ง , ออกสูงเต็มเวลา 3 ครั้ง, ออกต่ำเต็มเวลา 5 ครั้ง ,  ออก สูง ครึ่งแรก 9 ครั้ง , ออกต่ำครึ่งแรก  1 ครั้ง

 

 

สถิติที่พบกันระหว่าง เรอัลมาดริด   vs โบรุซเซีย ดอร์ทมุน  ทีเด็ดจะอยู่ที่ทีมไหนมาดูกัน

เรอัลมาดริดในนัดนี้ จะเปิดบ้าน รับการมาเยือนของ โบรุซเซียดอร์ทมุน  ทางด้าน เรอัลมาดริด (ราชัน ชุดขาว) จากการแข่งขัน ลงสนาม ทั้งหมด 5 นัดหลังสุด ถือว่าฟอร์มดี ทำผลงาน  เหย้า แข่งทั้งหมด 2 นัด ชนะ 2 ครั้ง เสมอ 0  แพ้ 0 ยิงได้ 8 ประตู  และ เสีย 2 ประตู มี 6 คะแนน ออกไปเยือน ทำผลงาน แข่งทั้งหมด 3 นัด ชนะ 1 ครั้ง เสมอ 2 ครั้ง  แพ้ 0 ยิงได้ 6 ประตู และ เสีย 2 ประตู มี 5 คะแนน จากผลรวม ทำให้ เรอัล มาดริด มี 11 คะแนน อยู่ในอันดับ 2 ของกลุ่ม F ส่วนทางด้าน ทีมเยือน โบรุซเซีย ดอร์ทมุน (เสือเหลือง) จากการแข่งขัน ลงสนามทั้งหมด 5 นัดหลังสุด ก็ทำผลงานออกมาได้ดีเหมือนกัน เกมเหย้า แข่งทั้งหมด 3  นัด ชนะ 2 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง แพ้ 0 ครั้ง ยิงได้ 13 ประตู และ เสีย  5 ประตู มี 7 คะแนน ส่วนผลงานออกไปเยือน แข่งทั้งหมด 2 นัด ชนะ 2 ครั้ง เสมอ 0 ครั้ง แพ้ 0 ครั้ง  ยิงได้ 3 ประตู และ เสีย 1 ประตู มี 6 คะแนน จากผลรวมทำให้ โบรุซเซีย ดอร์ทมุน มีทั้งหมด 13 คะแนน เป็นจ่าฝูงของกลุ่มในขณะนี่

เรอัล มาดริด ราชันชุดขาว และ โบรุซเซียดอร์ทมุน เสือเหลือง  ยังไงก็ได้เข้าไปเล่นในรอบต่อไปแน่นอนอยู่แล้ว ในเกมนี้ จะเป็นเกม ที่ ราชันชุดขาว ต้องการ ชัยชนะ เก็บ 3 คะแนนเพื่อที่ จะได้เป็น แชมป์ ของกลุ่ม ส่วนทางด้าน เสือเหลือง เอง ในเกมนี้ ก็จัดจัดทัพขุมกำลัง ชุดใหญ่ มาเหมือนกัน จะมี ปิแอร์ เอเมอริค โอมาเบยอง ยืนหน้าเป้า ทำประตู ในเกมนี้ แต่ถึงอย่างไร ราชันชุดขาว ความได้เปรียบ เล่นในบ้าน และ ฟอร์มที่ยังไม่แพ้ใครเลย และ ในเกมลีก นัดสุดท้าย ราชันชุดขาว ไปเยือน บาร์เซโลน่า ทำผลงาน เสมอ 1-1 น่าจะสู้กันสนุก และ ทีเด็ดวันนี้ เรอัล มาดริด ราชันชุดขาว สามารถ เอาชนะ โบรุซเซียดอร์ทมุน เสือเหลือง ทีมเยือน ในเกมนี้ได้แน่นอน

ทีเด็ดฟุตบอลวันนี้ แอตเลติโก้ มาดริด VS เอสปันญ่อล

วิเคราะห์ก่อนเกมส์ วันนี้ คู่ระหว่าง แอตเลติโก้ มาดริด VS เอสปันญ่อล

แข่งขันใน ลีค ลาลีกา สเปน คู่ระหว่าง แอตเลติโก้ มาดริด  VS  เอสปันญ่อล
แข่งเวลา : 04/12/2016 เวลาตี 2:45 นาที สนาม : บิเซนเต้ กัลเดรอน
รายละเอียดเหตุการณ์ในที่สำคัญในนัดนี้ ภูมิอากาศ : มีฝนตกแป๊ปๆ เบาๆไม่หนักมาก
อุณหภูมิอยู่ที่ : 11℃~12℃ / 52°F~54°F
ช่องที่ถ่ายทอดสดคู่นี้ : GDTV2 , HK NOW 632 , beIN Sports 2 (Indovision)

แอตเลติโก้ มาดริด  ต่อ 0.5-1

สภาพความพร้อมของ ทีเด็ดแอตเลติโก้ มาดริด

แอตเลติโก้ มาดริด เจ้าถิ่น ในนัดนี้ จะมาในระบบ 4-4-2  จะขาด อเลสซิโอ แซร์ชี่ และ อกุสโต้ เฟร์นานเดซ ที่มีอาการบาดเจ็บทั้งหมด แต่ไม่น่ามีปัญหาอะไร ค่อนข้างสมบูรณ์ เพราะนัดนี้จะใช้ประการหลัง สเตฟาน ซาวิช ที่ลงเป็นตัวจริง แทนที่ โฆเซ่ กิมิเนซ จะประสานงานกับ ดีเอโก้ โกติน โดยใช้ ยานนิค การ์รัสโก้ ทำเกมบุกให้กับ กอแว็ง กาไมโร่ และ ตัวทีเด็ดอย่าง กรีซมันน์ ทำประตูต่อไปอีกด้วย

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
ทางด้านฝั่งเจ้าบ้าน  แอตฯ มาดริด 11 ตัวจริง
แยน โอบลัค ; ฆวนฟราน, สเตฟาน ซาวิช, ดีเอโก้ โกดิน, ฟิลิเป้ ลุยส์ ; ยานนิค การ์รัสโก้, กาบี, โกเก้, ซาอูล ญิเกซ ; อองตวน กรีซมันน์, เกอแว็ง กาไมโร่

สถิติผลการแข่งขัน  5 นัดหลังสุด ของเจ้าบ้าน แอตเลติโก้ มาดริดเหย้า – เยือน

เหย้า – แข่ง 2 ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 1 ทำประตู  ได้ 2 เสีย 3 มี 3 คะแนน
เยือน- แข่ง 3 ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้  1 ทำประตู ได้ 9 เสีย 0 มี 6 คะแนน

%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%81%e0%b9%89-%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%94

สภาพความพร้อมของ ทีเด็ดเอสปันญ่อล

ส่วนทางด้าน ทีมเยือน ในนัดนี้ จะมาในระบบ 4-4-2  เอสปันญ่อล ในเกมนี้ สภาพทีมค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ ไม่มีค่อยผู้เล่นบาดเจ็บ จะมีปราการหลัง ดาบิด โลเปซ ยืนคู่เซ็นเตอร์ กับ ดีเอโก้ เรเยส ส่วนแดนกลางมี ฆวน ฆูราโด้ กับ ฆาบี ฟูเอโก้ ประสานงานในแดนกลางและ ยังได้ ปีกขวา ที่พี่งพ้นโทษแบนได้ลงเป็นตัวจริง อย่าง เอร์นาน เปเรซ ทีจะมาเสริมเกมบุกในด้านขวา ทำเกมช่วย เลโอ บาปติสเตา และ เกราร์ด โมเรโน่  คู่กองหน้าที่จะทำประตูต่อไปอีกด้วย

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม
ทางด้านฝั่งทีมเยือน  เอสปันญ่อล 11 ตัวจริง
ดีเอโก้ โลเปซ ; บิคตอร์ ซานเชซ, ดาบิด โลเปซ, ดีเอโก้ เรเยส, อารอน การิกอล ; ฆูราโด้, มาร์ค โรก้า, ฆาบี ฟวยโก้, ปาโบล ปิอัตติ ; เกราร์ด โมเรโน่, เลโอ บาปติสเตา

สถิติผลการแข่งขัน  5 นัดหลังสุด ของ  ทีม เยือน เอสปันญ่อล เหย้า – เยือน

เหย้า – แข่ง  2  ชนะ  1  เสมอ  1  แพ้  0  ทำประตู ได้  3  เสีย  0 มี 4 คะแนน
เยือน-  แข่ง  3 ชนะ  2   เสมอ  1  แพ้  0   ทำประตู ได้  3  เสีย 1 มี 7 คะแนน

%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a5

สถิติ H2H ที่พบกันระหว่าง แอตเลติโก้ มาดริด   vs เอสปันญ่อล

แอตเลติโก้ มาดริด พบกันกับ (H2H) เอสปันญ่อล ทั้งหมด 31 ครั้งด้วยกัน แอตเลติโก้ มาดริดนั้นชนะได้ถึง 14 ครั้งทีเดียว คิดเป็น 45.16% จาก 31 นัดที่เจอกัน และเสมอ ถึง 8 ครั้งคิดเป็น 25.81% และทีมเจ้าบ้านแพ้เพียงแค่ 9 นัดเท่านนั้น คิดเป็น 29.03% จะเป็นได้ว่าสถิติการเจอกันของ แอตเลติโก้ มาดริด พบกันกับ (H2H) เอสปันญ่อล แอตเลติโก้ มาดริด นั้น มีทีเด็ด ที่ดีกว่า ชนะ มากกว่าเสมอและแพ้
ในอัตราต่อรอง HDP ราคาเปิดมาทั้งหมด 29 ครั้ง แอตเลติโก้ มาดริด สามารถชนะราคาต่อรองได้ 10 ครั้ง คิดเป็น 34.48% เสมอ 2 ครั้ง คิดเป็น 6.90% และไม่สามารถชนะราคาต่อรอง HDPได้ หรือ แพ้้ 17 ครั้ง คิดเป็น 58.62%
ส่วนผลการทำประตูของทั้ง 2 ทีมนั้น ผลทำประตูออกสูง หรือ over มากกว่า 2.75 ถึง 16 ครั้ง , ผลทำประตูออกต่ำ หรือ Under น้อยกว่า 2.75 ถึง 15 ครั้ง , ผลทำประตูออกเป็นเลขคู่ 16 ครั้ง , ผลทำประตูออกเป็นเลขคี่ 15 ครั้ง , ผลทำประตูออกสูง หรือ over มากกว่า 0.75 ในครึ่งแรก ถึง 22 ครั้ง , ผลทำประตูออกต่ำ หรือ Under น้อยกว่า 0.75 ในครึ่งแรก แค่ 9 ครั้งเท่านั้น

ทีเด็ดแอตเลติโก้ มาดริด กับผลงานใน 3 นัดล่าสุดที่โดดเด่น

ใน 3 นัด ล่าสุดของทุกรายการทั้งในลีคสเปน บอลถ้วย ไปเป็นทีมเยือนหรือเจ้าบ้าน แอตเลติโก้ มาดริด โชว์ฟอร์มและทำผลงานได้ดีและสุดยอดมากทีเดียว นัดล่าสุดวันที่ 01/12/16 ในรายการบอลถ้วย แอตเลติโก้ มาดริด กดยิงประตู กัวจูเอโล ไปถึง 6 เม็ด และไม่เสียประตูในเกมส์นี้เลย ทำให้ สกอ ผลทำประตูออกสูง หรือ over มากกว่า 2.75 ใครแทง over หรือ HDP ไว้ก็กินเต็มไปเลยทีเดียวเพราะต่อแค่ 2.5/3 เอง โดยคนที่ทำประตูในนัดนี้ได้แก่ ลูกแรกมานาทีที่ 29′ โดยซาอุล กดไปเป็น 0-2 ในนาทีที่ 45′ โดย ไซเม่ เวอร์ซัลจ์โก้ มาอีก1ลูกรวมเป็น 0-3 ในนาทีที่ 49′ โดย ยานนิค แฟร์ไรร่า การ์รัสโซ่ อีกเม็ดในนาทีที่ไม่ห่างกันมาก 0-4 ในนาทีที่ 53′ โดย ยานนิค แฟร์ไรร่า การ์รัสโซ่ คนเดิมที่ยิงเมื่อกี้ และ 4นาทีต่อมาอีก 1 เม็ด 0-5 ในนาทีที่ 57′ โดย Angel Correa และ ปิดท้ายด้วย Roberto Nunez ในนาทีที่ 85′ ผลรวมประตูเป็น 0-6

นัดต่อมาเป็นบอลในลีค ลาลีกาของสเปน แอตเลติโก้ มาดริด ออกไปเยือน โอซาซูน่า ในวันที่ 27/11/16 นัดนี้ แอตเลติโก้ มาดริดต่อ 1.5 มีผลประตูเกิดขึ้นลูกแรกในนาทีที่ 36 โดยดีเอโก้ โกดิน และใน นาทีต่อมาแค่ 1 นาที แอตเลติโก้ มาดริดทำประตูได้อีก 1 ลูกในนาทีที่ 37 โดยเกอแว็ง กาไมโร่ ทำให้ ครึ่งแรก ผลสกอนั้นออก over หรือ ออกสูง ต่อในครึ่งหลัง ค่อยข้างที่จะสูสีกัน โอซาซูน่า ครองบอลถึง 46% และ แอตเลติโก้ มาดริดมีโอกาสครองได้มากกว่านิดหน่อยได้ 54% แต่ โอซาซูน่า นั้นก็มีโอกาสที่จะยิงแอตเลติโก้ มาดริด และยิงมากกว่าด้วยซ้ำยิงถึง 11 ประตูแต่ยิงเข้ากรอบได้แค่ 1 ลูกเท่านั้นซึ่งถือว่าไม่กองหน้าไม่ค่อยคมเท่าไร แต่ แอตเลติโก้ มาดริด มีโอกาสที่จะยิงโอซาซูน่าที่น้อยกว่าแค่ 7 ครั้งแต่ยิงเข้ากรอบถึง 5 ครั้งซึ่ง 5ครั้งนี้ทำให้ ครั้งสุดท้ายมีสกอลูกที่ 3 เกิดขึ้น รวมเป็น 0-3 ทำให้ โอซาซูน่าแพ้ต่อแอตเลติโก้ มาดริดไป

นัดต่อมานัดที่ 3 ล่าสุดเป็นบอลถ้วยรายการ UEFA ที่เจอกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นที่มาเป็นทีมเยือน แอตเลติโก้ มาดริดเป็นเจ้าบ้านในเกมส์นี้ ก็ยังคงต่อ 1.5 เช่นเดิม นัดนี้ นัดนี้ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่นมันให้ jan oblak ต้อง เซฟ ถึง 3 ครั้ง แต่ จากนั้นบอลก็ตกเป็นฝ่ายของ แอตเลติโก้ มาดริด ได้ครอบเกมส์ถึง 54% ครึ่งแรกยังคงรองเชิงกันไปกันมาบุกบ้างครอบครองบอลนวดๆไปเรื่อย จนจบครึ่งแรก เสทอกันที่ 0-0 ต่อมาครึ่งหลัง ในนาทีที่ 55 ลูกแรกก็เกิดขึ้นมาจากการทำประตูของ เกอแว็ง กาไมโร่ ทำให้แอตเลติโก้ มาดริด นำ 1-0 และในนาทีที่ 66 ได้ประตูที่ 2 จาก ตัวทีเด็ดอย่าง อ็องโตเน่ กริซมานน์ หมดเวลาทำให้ แอตเลติโก้ มาดริดเจ้าบ้านชนะไปได้ถึง 2-0 และ ชนะราคาต่อรองที่ราคา 1.5 อีกด้วย

 

สถิติที่พบกันระหว่าง แอตเลติโก้ มาดริด   VS เอสปันญ่อล ทีเด็ดจะอยู่ที่ทีมไหนมาดูกัน

แอตเลติโก้มาดริด ตราหมี  ในนัดนี้ เปิดบ้าน รับการมาเยือนของ ทีมเยือน  เอสปันญ่อล นกแก้ว  แอตเลติโก้มาดริด เจ้าถิ่น 5 นัดหลังสุด เหย้า –เยือน แข่ง 5 นัด ชนะ 3  นัด และแพ้ 3 นัด และเจ้าถิ่น  ตราหมี ในขณะนี้ ที่มีสามารถที่จะ  เรียกฟอร์มและความมั่นใจตัวเองกลับมาได้ เมือ ทีม แอตเลติโก้มาดริด ตราหมี ต้อง ไปเยือน โอซาซูน่า ในลีกลาลีกา ก่อนหน้า  ไล่ถล่ม เจ้าถิ่น ไปได้ 3-0 และคว้าชัยชนะ มาได้ 3 เกมลีกติด หลังจากที่ ได้ไปพ่าย ให้กับ  ทีม  เรอัล มาดริด มา 0-3 อริร่วมเมือง และฟอร์มก็กำลังเริ่มดีขึ้น โอกาสที่จะคว้าชัยขนะ ต่อเนื่องได้ และความได้เปรียบที่เล่นในบ้าน ไม่มีทางที่ จะไม่เอา หรือ เสีย 3 แต้ม ในบ้านแน่ๆ ส่วนทางด้าน ทีมเยือน เอสปันญ่อล นกแก้ว ที่ใน 5 นัดล่าสุด เหย้า-เยือน แข่ง 5 นัด ชนะ 3 เกม เสมอ 2 เกม แน่นอนว่าดู จากผลงานแล้ว ทีมเยือน เอสปันญ่อลก็ทำผลงาน ในแนวรับ ได้ไม่เลว แข่ง 5 นัด เสียแค่ 1 ประตู จากนัดที่ไปเยือน ทีม  อัลกอร์กอน ที่ทำได้เสมอ 1-1 แต่ถึงอย่างไร สถิติจากการพบกันทั้งสองทีม ระหว่าง แอตเลติโก มาดริด ที่เอาชนะ เอสปันญ่อล มาได้ 5 เกมติด ถึงแม้ว่า เอสปันญ่อลจะมีแนวรับที่ดี แต่คาดว่าจะไม่สามารถจะเอาชนะ และ ขโมย 3 แต้ม กับทีมที่แข็งอย่าง แอตเลติโก้ มาดริด ตราหมี กลับบ้านได้แน่นอน ทีเด็ดเกมนี้แอตลิโก้ มาดริด ได้เปรียบเล่นในบ้าน คาดว่า เก็บชัยชนะในนัดนี้ ได้แน่นอน